นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทไทยอาจแข็งค่าในระยะสั้น

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นนักวิเคราะห์ ว่าการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.9 นับตั้งแต่ต้น ส.ค. 69 อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น เนื่องจาก ธปท.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ในการประชุม กนง. ใน 26 ส.ค. 69 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าสู่ระดับ 33.50 – 34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569 โดยภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง อีกทั้งไทยอาจเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณปัญหาการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยเฉพาะการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

การค้าอาเซียน-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 ในครึ่งแรกของปี 2569

สำนักงานศุลกากรจีน (General Administration of Customs of China-GACC) ระบุว่า การค้าระหว่างอาเซียนกับจีน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่า 4.34 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 643,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยสินค้าที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น มีมูลค่า 2.86 ล้านล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการค้ารวม) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่คุณค่าระหว่างอาเซียนกับจีนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การค้าระหว่างอาเซียนกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ทำสถิติสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รวมถึงการเชื่อมโยงด้านโครงข่ายคมนาคมระหว่างอาเซียน-จีน มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการค้าและการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ