เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการควบคุมนิวเคลียร์

ความฉลาด ความรอบรู้ และความรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ทำให้มีการวิเคราะห์ถึงประโยชน์ และผลกระทบมากมายที่โลกจะได้รับจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีประเภทนี้ ซึ่งเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI  กับการควบคุมนิวเคลียร์ โดยสถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง ได้เผยแพร่บทความ เรื่อง Nuclear Command Without Control: AI and the Problem of Escalation Opacity ของ Trond Arne Undheim นักอนาคตศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI Strategy) บทความดังกล่าวสะท้อนว่า การนำ AI เข้ามาบูรณาการในระบบบัญชาการ ควบคุม และสื่อสารนิวเคลียร์ (NC3) ของประเทศมหาอำนาจ กำลังนำไปสู่ความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากระบบที่ได้รับการออกแบบนี้ ละเลยความสำคัญของ เวลาในการไตร่ตรอง ซึ่งเป็นตัวแปรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด เช่น…

ไทยควรปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

เว็บไซต์สถาบันวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน (Institute for Energy Economics and Financial Analysis-IEEFA) ซึ่งเป็น Think Tank ของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของไทยว่า ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66 แต่เริ่มมีความเสี่ยงจากปริมาณจากก๊าซในอ่าวไทยที่ลดลง และความผันผวนของสถานการณ์น้ำมันและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน แม้ไทยจะมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ แต่ยังมีอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูง ขาดสิทธิพิเศษด้านภาษีเพื่อจูงใจประชาชน และนโยบายระดับชาติที่ยังไม่แน่นอน จึงมีข้อเสนอได้แก่ 1) เปลี่ยนมาตรการรับซื้อไฟฟ้าเป็นแบบขายคืนแบบหักลบกับหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ (Net Metering) และเสนออัตราการซื้อคืนที่สูงขึ้น 2) เพิ่มสิทธิในการนำไปลดหย่อนภาษี 3) ยกเลิกเกณฑ์การใช้ไฟฟ้าที่เข้มงวดและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของระบบเพื่อขจัดอุปสรรคของโครงข่ายไฟฟ้า

ปากีสถานกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งใหญ่

ปากีสถานกวาดล้างสแกมเมอร์ครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสื่อปากีสถานรายงานเมื่อ 17 สิงหาคม 2569 ว่า พบชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง 258 ราย ในระหว่างการเข้าตรวจค้นในพื้นที่ Sparco Plaza ใน Gulberg Green ซึ่งเป็นย่านที่เป็นที่อยู่ของบุคคลมีฐานะ ชานกรุงอิสลามาบัด เนื่องจากถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ของกลุ่มสแกมเมอร์ การกวาดล้างสามารถจับกุมชาวเวียดนามได้ 170 ราย ชาวจีน 41 ราย อินโดนีเซีย 31 ราย มาเลเซีย 1 ราย และชาวเอเชียอื่น ๆ ทั้งนี้ ปากีสถานกวาดล้างแหล่งสแกมเมอร์เป็นระยะ ๆ และครั้งใหญ่ก็เมื่อ กรกฎาคม 2568 ที่จับกุมได้ถึง 149 ราย และส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ชาวต่างชาติที่ถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนใหญ่เดินทางเข้าไปยังปากีสถานด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และกลุ่มสแกมเมอร์ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์หลายประเภทในการทำการหลอกลวง ที่พบจำนวนมากคือโน้มน้าวให้ร่วมลงทุน และจะได้ผลตอบแทนสูง โดยเหยื่อส่วนใหญ่คือชาวปากีสถาน  ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมจะถูกตั้งข้อหา  และดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Prevention of Electronic Crimes…