ความขัดแย้ง และสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อดัชนีราคาอาหารโลก

องค์การอาหารโลก (Food and Agriculture Organization of the United Nations-FAO) สะท้อนภาพให้เห็นว่า ความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์โลก เฉพาะอย่างยิ่งความกังวลของสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรทางทะเลดำ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวนได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณอาหารโลก ทั้งจากการขนส่ง และการเพาะปลูก  จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีราคาอาหารโลก เมื่อ สิงหาคม 2569 สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หรือตั้งแต่ พฤศจิกายน  2565 นักวิเคราะห์ยังประเมินสอดคล้องกับรายงานของ FAO ว่า การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทำให้ค่าระวางขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามค่าประกันที่บริษัทขนส่งเรียกเก็บสูงขึ้นตามความเสี่ยงในการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ  ไม่เพียงแต่กระทบราคาสินค้าการเกษตรที่จะสูงขึ้น แต่ราคาปุ๋ยเคมีก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากปิโตรเคมี ประมาณร้อยละ 30 ของโลก ต้องผ่านช่องทางนี้ ซึ่งมีกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และกาตาร์ เป็นผู้ผลิตยูเรียรายใหญ่ ขณะที่ราคาของยูเรียในต้น กันยายน 2569 สูงถึง 600 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน จาก 450 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ความเสี่ยงจากภาวะปริมาณอาหารโลกที่ลดลงยังมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไป จากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านต่างกลับมาตอบโต้กันด้วยการจมเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ…

The intelligence-operative gig economy: from surveillance to sabotage

สถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) คลังสมองระดับโลกด้านความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้ง เผยแพร่บทความ The intelligence-operative gig economy: from surveillance to sabotage เขียนโดย Tom Field นักวิจัยด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงแห่งชาติ ประจำสถาบัน IISS เมื่อ 17 สิงหาคม 2569 สะท้อนให้เห็นแนวคิดหลักในเรื่องนี้ว่า หน่วยข่าวกรองของประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับชาติตะวันตก กำลังมุ่งเป้าโจมตีทวีปยุโรปผ่านเศรษฐกิจที่สร้างรายได้แบบชั่วคราว/เศรษฐกิจระยะสั้น (Gig Economy) ของสายลับสมัครเล่น ที่หันมาสรรหาตัวแทน (Proxies) ที่เป็นพลเรือนทางออนไลน์จากระยะไกล ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นที่อ่อนไหว จนถึงแก๊งอาชญากร เพื่อทำภารกิจตั้งแต่การเฝ้าติดตามตัวบุคคล ไปจนถึงการลอบวางเพลิง และการก่อวินาศกรรม สำหรับปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนแนวโน้มข้างต้น ได้แก่ 1) ผลกระทบจากความขัดแย้งในปัจจุบัน สงครามในยูเครนและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้ความต้องการและอุปทานของตัวแทนเหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก  เช่น   หน่วยข่าวกรอง MI5 ของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่ามีพล็อตที่อิหร่านหนุนหลังซึ่งใช้อาชญากรเป็นตัวแทนปฏิบัติการถึง 20 แผน ตั้งแต่ปี…

ไทยและมาเลเซียหารือกรอบความร่วมมือชายแดน

The Sun ของมาเลเซีย รายงานบทสัมภาษณ์ รมว.กต.มาเลเซียว่า มาเลเซียกับไทยจะปรับปรุงการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนส่งผลให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและงบประมาณ และช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดนที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการสร้างรั้วตามแนวชายแดนว่า  ฝ่ายไทยจะสร้างรั้วเพิ่มในพื้นที่ที่ยังไม่มีรั้ว ขณะที่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต. นั้น มาเลเซียยังคงให้ความช่วยเหลือในการผลักดันการพูดคุยไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE กำลังเจรจาเพื่อลงทุนกับโรงกลั่นน้ำมันของไทย

เว็บไซต์ The Edge Singapore รายงานเมื่อ 7 ก.ย.69 โดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า บริษัท Abu Dhabi National Oil Company (ADNOC) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังเจรจาเพื่อลงทุนถือหุ้นในโรงกลั่นน้ำมันที่ดำเนินงานโดยบริษัทในกลุ่ม PTT ของไทย พร้อมทั้งทำสัญญาจัดหาน้ำมันดิบให้โรงกลั่น รวมถึงการเปิดทางให้ ADNOC เข้าถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้จากโรงกลั่น เพื่อนำไปจำหน่ายต่อแก่ลูกค้ารายอื่น โดยอาจประกาศข้อตกลงดังกล่าวปลายปี 2569 ขณะเดียวกัน ADNOC ยังอยู่ระหว่างการเจรจาลงทุนถือหุ้นกับธุรกิจโรงกลั่นของ Dangote ในไนจีเรีย ซึ่งสะท้อนการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของ ADNOC จากเดิมที่พึ่งพาโรงกลั่น Ruwais ในประเทศเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นต่างประเทศ เพื่อสร้างตลาดรองรับน้ำมันดิบ ตลอดจนขยายธุรกิจการค้าน้ำมัน และกระจายความเสี่ยงด้านการจัดหาและขนส่งพลังงานจากความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ ADNOC ยังให้ความสนใจแสวงหาโอกาสการลงทุนในภาคพลังงานของอินเดียและแอฟริกาตะวันออก