ข้อเสนอเพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญให้กับสหรัฐฯ

การชี้แจงต่อฝ่ายนิติบัญญัติของ Dr. Gracelin Baskaran นักเศรษฐศาสตร์เหมืองแร่และผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงด้านแร่สำคัญ (Critical Minerals Security Program) ประจำสถาบัน  Center for Strategic and International Studies (CSIS) คลังสมองชั้นนำของสหรัฐฯ เมื่อต้น กันยายน 2569 เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่สหรัฐฯ ต้องสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่อย่างภูมิภาคแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียกลาง การที่สหรัฐฯ ต้องเร่งดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ สหรัฐฯ มีทรัพยากรแร่ในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความมั่นคงและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ในมิติการแข่งขันกับจีน จีนใช้เวลากว่า 20 ปีสร้างความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทานแร่และโครงสร้างพื้นฐานผ่านข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) รวมถึงคุมขั้นตอนการแปรรูปขั้นกลาง (Midstream) และใช้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่ (เช่น เจอมาเนียม แกลเลียม กราไฟต์ แอนติโมนี) เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ แร่สำคัญกระจุกตัวอยู่ในทวีปแอฟริกา เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก…

เวียดนามมุ่งดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากบริษัท Molex ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

การพบหารือระหว่างนาย Bui Hoang Phuong รมช.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม กับนาย Joe Nelligan ประธานบริษัท Molex ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า เครื่องมือการแพทย์ เครื่องจักรของสหรัฐฯ เมื่อ 17 ก.ย.69 ผู้แทนเวียดนามยืนยันจะคงสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติในระยะยาว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งฐานข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ปัญญาประดิษฐ์ เครือข่ายโทรคมนาคม และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล จึงหวังให้บริษัท Molex ขยายการลงทุนที่เชื่อมโยงกับเอกชนท้องถิ่น สถาบันวิชาการและสถาบันศึกษา เพื่อพัฒนาแรงงานทักษะสูงแก่บริษัทและอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัท Molex ลงทุนและจัดตั้งโรงงานในเวียดนามรวม 2 แห่ง ในกรุงฮานอย และ จ.ฮึงเอียน

รมว.เศรษฐกิจอาเซียนจะหารือทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ฟิลิปปินส์

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ระหว่าง 19-22 ก.ย.69 จะมุ่งหารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าและความสามารถของอาเซียนในการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และจะมีทบทวนความคืบหน้าตามประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ (Priority Economic Deliverables-PEDs) ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ในปี 2569 เฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้าและการลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีการประชุมกับประเทศคู่เจรจา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า รวมถึงติดตามความคืบหน้าของการปรับปรุงความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–เกาหลีใต้ รวมทั้งหารือกับญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับปรุงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมอาเซียน–ญี่ปุ่น และผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดาให้สามารถสรุปสาระสำคัญได้อย่างเป็นรูปธรรม

อิหร่านได้รับคำขอจากจีนให้ใช้อิทธิพลเพื่อยับยั้งกลุ่มฮูษีในเยเมน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 17 ก.ย.69 โดยอ้างแหล่งข่าวชาวอิหร่านไม่เปิดเผยชื่อ 3 รายว่า จีนส่งคำขอให้อิหร่านใช้อิทธิพลยับยั้งกลุ่มฮูษีในเยเมนเพื่อมิให้ความขัดแย้งในเยเมนขยายตัวออกไป หลังจากซาอุดีอาระเบียร้องขอให้จีนเข้ามาช่วยเหลือในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากการรุกคืบของกลุ่มฮูษีตามบริเวณชายฝั่งทะเลแดงและช่องแคบบาบุลมันดับ ส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและการเดินเรือในพื้นที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ จีนซึ่งพึ่งพาเส้นทางขนส่งพลังงานดังกล่าวต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะที่อิหร่านยืนยันว่า เสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาคขึ้นอยู่กับการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

สหราชอาณาจักรเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดภาวะสงคราม

สนข.BBC เผยแพร่บทความเมื่อ 18 ก.ย.69 ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรเริ่มส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินชีวิตจากภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยมีการจัดทำคู่มือภาวะสงครามฉบับใหม่ หลังไม่ได้ปรับปรุงมานาน โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหราชอาณาจักรระบุว่า ภัยคุกคามจากรัสเซียทำให้ประเทศอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดช่วงหนึ่งในรอบ 35 ปี ซึ่งภัยคุกคามในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบการรุกรานด้วยกำลังทหารโดยตรง แต่รวมถึงการตัดสายเคเบิลใต้น้ำ การโจมตีทางไซเบอร์ และปฏิบัติการแบบไม่สมมาตร ทั้งนี้ นสำหรับแนวทางการเตรียมความพร้อม มีการยกตัวอย่างสวีเดนและฟินแลนด์เป็นกรณีศึกษา โดยสวีเดนใช้ระบบเกณฑ์ทหารบางส่วนและจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรพลเรือนที่มีทักษะสำคัญ ส่วนฟินแลนด์เชื่อมโยงประชาชนเข้ากับระบบความมั่นคงผ่านการเกณฑ์ทหาร กองกำลังสำรอง การฝึกผู้นำภาคส่วนต่าง ๆ และการกำหนดภารกิจยามวิกฤตให้หน่วยงานสำคัญ เช่น โรงพยาบาลและหน่วยงานประปา

เดนมาร์กและกรีนแลนด์เตรียมลงนามข้อตกลงด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ

เดนมาร์กและกรีนแลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 19 ก.ย.69 ว่า รัฐบาลกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงร่วมว่าด้วยการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ ณ การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า โดยข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ Jens-Frederik Nielsen นรม.กรีนแลนด์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยรับประกันและเสริมสร้างความมั่นคงของกรีนแลนด์ เดนมาร์ก สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ขณะที่ นาย Mette Frederiksen นรม.เดนมาร์ก เสริมว่า ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรตะวันตก องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และยุโรปเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงผลประโยชน์ การยอมรับอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของเดนมาร์ก รวมถึงสิทธิในการกำหนดเจตจำนงตนเองของชาวกรีนแลนด์อีกด้วย