เที่ยวเพื่อคลอด (Birth Tourism) : ทางเลือกของชาวรัสเซีย

เกือบ 5 ปีที่ชาวรัสเซียอยู่ในภาวะสงคราม ทั้งยังส่อเค้าจะเผชิญความสูญเสียมากขึ้นด้วยขีดความสามารถของโดรนและอาวุธทางอากาศใหม่ ๆ ที่ยูเครนพัฒนาขึ้นจนรุกคืบเข้ามาโจมตีถึงกรุงมอสโกในห้วงที่มีการจัดการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อกลาง กันยายน 2569 รวมถึงความทุกข์ร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นผลจากความยาวนานของสงคราม และการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก การหาโอกาสใหม่เพื่ออนาคตที่ดีกว่าในต่างประเทศกลายเป็นทางเลือกของชาวรัสเซียหลายคนทั้งเพื่อตัวเองและลูกน้อย… ว่าที่พ่อแม่ชาวรัสเซียจำนวนหนึ่งเลือกจะเดินทางไปต่างประเทศด้วยหวังจะไปคลอดบุตร เพื่อให้ลูกได้รับสัญชาติของประเทศนั้น  หลักการเลือกประเทศคือได้สัญชาติโดยการเกิด ทำให้ลูกจะได้รับสัญชาตินั้นโดยอัตโนมัติทันทีที่เกิด เช่น อาร์เจนตินา และบราซิล ที่เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม แต่หลังจากที่อาร์เจนตินาเข้มงวดการได้สัญชาติของเด็กเกิดใหม่ ด้วยการกำหนดให้พ่อแม่ต้องพำนักอยู่ในอาร์เจนตินาอย่างน้อย 2 ปี และจำกัดการได้รับสิทธิการรับบริการสาธารณสุขโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตการพำนักถาวรตั้งแต่ปี 2568 ทำให้ชาวรัสเซียเบนเข็มไปที่บราซิลมากขึ้น จนทำให้บราซิลกลายเป็นเป้าหมายของชาวรัสเซียแทน โดยสำนักข่าว RBC ของรัสเซียระบุว่ามีชาวรัสเซียยื่นขอใบอนุญาตการพำนักในระยะยาวในอาร์เจนตินาลดลงเหลือประมาณ 1,800 คน เมื่อกลางปี 2568 จากที่มีจำนวนกว่า 7,000 คน เมื่อปี 2566 สำหรับบราซิล พ่อแม่มือใหม่ชาวรัสเซียมองว่า การได้สัญชาติบราซิลที่หมายถึงการได้หนังสือเดินทาง จะช่วยลดความยุ่งยากให้ลูกในขั้นตอนการเข้าเมือง และบางประเทศก็ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า การได้สัญชาติบราซิลจึงเป็นใบเบิกทางสำหรับลูกที่จะได้รับความสะดวกในการเดินทางไปประเทศต่าง ๆ และเป็นโอกาสทั้งการเรียน การทำงาน และการดำรงชีวิต เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่รัสเซียมีความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเผชิญแรงกดดัน รวมถึงความเข้มงวดในการให้วีซ่าชาวรัสเซียของบางประเทศ การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร (Birth Tourism)…

บทวิเคราะห์ เรื่องสายเคเบิลใต้ทะเลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

สถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง New geographies: submarine cables in the Indo-Pacific วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ยุทธศาสตร์ของสายเคเบิลใต้ทะเลระหว่างประเทศ 170 เส้นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ห้วงปี 2535–2573

เลขาธิการ UN พบหารือ นรม.ไทย โดยยินดีต่อความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกัน

นายอันโตนิอู กูแตเรซ เลขาธิการ UN ได้พบหารือกับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทย เมื่อ 24 ก.ย.69 โดยเลขาธิการ UN ยินดีต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทยกับ UN โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และโครงการ UN80 Initiative  ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับประเด็นระดับภูมิภาค รวมถึง ความร่วมมือกับอาเซียน

เวียดนามและแคนาดายกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

การพบหารือระหว่าง พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคอมมิวนิวต์และประธานาธิบดีเวียดนาม กับนายมาร์ก คาร์นีย์ นรม.แคนาดา ที่แคนาดา เมื่อ 24 ก.ย.69 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และมุ่งส่งเสริมความร่วมมือที่สำคัญใน 8 ด้าน ได้แก่ 1) ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี 2) การค้า การลงทุน การเงิน และเศรษฐกิจ 3) คมนาคมและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน 4) การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง 5) ความมั่นคงด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน 6) ความมั่นคงด้านอาหารและเกษตรกรรม 7) การป้องกันประเทศ ความมั่นคง กิจการทางทะเล การบังคับใช้กฎหมาย และยุติธรรม 8) การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน นอกจากนี้ ผู้นำเวียดนามยังเชิญให้ นรม.แคนาดาเยือนเวียดนามในปี 2569 และปี 2570 ห้วงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC)

ซาอุดีอาระเบียเริ่มขนส่งน้ำมันผ่านท่อที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลแดงอีกครั้ง

ซาอุดีอาระเบียเริ่มกลับมาใช้งานท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลแดงอีกครั้ง เมื่อ 22 ก.ย.69 หลังจากถูกโดรนโจมตีจนต้องหยุดดำเนินงานเมื่อ 11 ก.ย.69 โดยในขณะนี้ซาอุดีอาระเบียกำลังเพิ่มปริมาณการสูบน้ำมันดิบผ่านท่อส่งดังกล่าวเพื่อลำเลียงไปยังโรงกลั่นในเมือง Yanbu บริเวณชายฝั่งทะเลแดงแล้ว แต่การขนถ่ายลงสู่เรือบรรทุกน้ำมันยังไม่กลับมาดำเนินการ เนื่องจากบริษัทน้ำมัน Saudi Aramco ยังอยู่ระหว่างการเพิ่มปริมาณน้ำมันให้เพียงพอและตรวจสอบแรงดันของท่อส่ง จึงอาจต้องใช้เวลามากกว่า 6 สัปดาห์ จนกว่ากลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ