![]()
ฟิลิปปินส์เร่งเพิ่มรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยว แม้การเติบโตในประเทศขึ้นอยู่กับการบริโภคภายในประเทศถึง ร้อยละ 70 และร้อยละ 8.9 ขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยว โดยคาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความยืดหยุ่น และเป็นผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์ ไม่ถึงเป้าหมายต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี ติดต่อกัน โดยเมื่อปี 2568 มีประมาณ 5.6 ล้านคน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 8.4 ล้านคน อย่างไรก็ดี ในปี 2569 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ฟิลิปปินส์เริ่มต้นปี 2569 ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยตั้งแต่ 16 มกราคม 2569 นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปเที่ยวที่ฟิลิปปินส์ ผ่านสนามบินนินอยอากีโน และสนามบินแมคตันเซบู ไม่ต้องของวีซ่า และพำนักในฟิลิปปินส์ได้ 14 วัน แต่ต้องมีที่พักในฟิลิปปินส์ชัดเจน และมีตั๋วเที่ยวกลับ พร้อมกับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นวีซ่าประเภทอื่นได้ในระหว่างท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์ การยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนจะทดลองเป็นเวลา 1 ปี ก่อนหน้านี้ เมื่อ พฤศจิกายน 2568 ฟิลิปปินส์ประกาศใช้วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน และเมื่อมิถุนายน 2568 ฟิลิปปินส์ยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวให้กับอินเดียเช่นกัน
ในโอกาสที่ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนในปี 2569 ฟิลิปปินส์จะใช้อาเซียนเป็นเวทีการเจรจาประเด็นการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจของอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืน และทำให้เกิดการเชื่อมโยงการเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน เช่น แนวความคิด“one tourism destination” ที่จะทำให้การท่องเที่ยวในสมาชิกของอาเซียนดำเนินไปอย่างอย่างไร้อุปสรรค และไร้รอยต่อ รวมทั้งจะเป็นเจ้าภาพจัด ASEAN Tourism Forum 2026 ที่เซบู เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
กระทรวงการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 จะถึง 6.7 ล้านคน ซึ่งจะมีจำนวนมากในไตรมาส 3/2569 ฟิลิปปินส์ยังทุ่มงบประมาณ ปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึงร้อยละ 1,200 เป็นจำนวน 21.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อห้วง 11 เดือนแรก (มกราคม-พฤศจิกายน) ของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเที่ยวฟิลิปปินส์เกือบ 4.77 ล้านคน ลดลงจากห้วงเดียวกันของปี 2567 ร้อยละ 0.3 ส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวที่ฟิลิปปินส์ในห้วงดังกล่าวก็ลดลงร้อยละ 16.6 เหลือ 248,339 คน นักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ที่ติดอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติในฟิลิปปินส์ อันดับ 1 มีเพียง 1.4 ล้านคน ลดลงร้อยละ 21 จากปี 2567
อย่างไรก็ดี ความพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่นำโดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส อาจต้องพยายามอย่างมาก ควบคู่ไปกับปรับปรุงประเด็นที่เป็นอุปสรรค เช่น ระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ล่าช้า ระบบคมนาคมที่ไม่ค่อยสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมระหว่างเมือง หรือระหว่างเกาะ ประกอบกับต้องเผชิญกับการแข่งขันกับประเทศในอาเซียนอื่น ๆ ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน เช่น ไทย แม้เมื่อปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง แต่ตั้งเป้าหมายไว้ 36.7 ล้านคน ขณะที่เวียดนามตั้งเป้าหมายไว้ 25 ล้านคน จากเมื่อปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ








