![]()

การสะสมทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคง และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของชาติ เป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศมหาอำนาจทั่วโลก ทรัพยากรธรรมชาติถือว่าเป็นพลังงอำนาจที่สำคัญของรัฐ ดังนั้น สหรัฐฯ จึงจะมีการสำรองแร่ธาตุสำคัญของประเทศหรือแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ (critical minerals) ซึ่งรวมทั้งแร์เอิร์ธด้วย เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่แร่ธาตุสำคัญ และเพื่อไม่ต้องการพึ่งพาประเทศอื่นมากเกินไป เฉพาะอย่างยิ่งจีน ทั้งนี้ คลังสำรองแร่ธาตุสำคัญทางยุทธศาสตร์จะทำให้สหรัฐฯ มีความมั่นคงทางแร่ธาตุสำคัญ เช่นเดียวกับความมั่นคงทางพลังงานที่สหรัฐฯ มีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ( (The Strategic Petroleum Reserve -SPR) และเมื่อสิ้นปี 2568 สหรัฐฯ มีการสำรองน้ำมันไว้ใช้ในคลังได้ถึง 4 เดือน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จึงสั่งการเริ่มโครงการ Project Vault เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างคลังแร่ธรรมชาติสำคัญสำรองไว้ในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและประเทศ โดยแร่ธรรมชาติสำคัญที่สหรัฐฯ จะจัดทำบัญชีเพื่อสำรองไว้มีมากกว่า 50 ชนิด เช่น แรร์เอิร์ธ ลิเธียม ยูเรเนียม และทองแดง ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ จะร่วมมืออย่างใกล้ชิกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ มีคลังแร่ธรรมชาติสำคัญจำนวนเพียงพอต่อห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศ รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอนาคต ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติให้ประเทศ
ผู้นำสหรัฐฯ ใช้ชื่อโครงการนี้ว่า “Project Vault” โดยเป็นการสร้างหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสหรัฐฯ โดยธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกของสหรัฐฯ จะจัดสรรงบประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ส่วนงบประมาณอีกประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะจัดสรรจากเงินทุนภาคเอกชน ปัจจุบันมีบริษัทรายใหญ่ที่แสดงความสนใจร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว เช่น บริษัท GE Vernova บริษัท Western Digital และบริษัท Boeing
สหรัฐฯ เตรียมความพร้อมดำเนินโครงการดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ด้วยการเริ่มต้นจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนงบประมาณแก่บริษัท USA Rare Earth ให้ดำเนินกิจการสกัดแร่หายากในประเทศ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง หากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก แลกกับการที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีหุ้นส่วนในกิจการดังกล่าวร้อยละ 10 นับว่าเป็นตัวอย่างว่าภาครัฐและภาคเอกชนสหรัฐฯ สามารถร่วมมือกันได้หากเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ระยะยาวของชาติ
โครงการ Project Vault เป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธรรมชาติแข่งกับจีน เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับจีนมีประเด็นขัดแย้งกันเรื่องมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนไปสหรัฐฯ เนื่องจากสงครามการค้า ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ต้องเร่งหาแนวทางสร้าง “คลังแร่ธรรมชาติสำคัญ” ในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาจากจีน โดยโครงการ Project Vault เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ มีแร่และทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยผลักดันให้หน่วยงานความมั่นคงและกระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับภาคเอกชนหรือบริษัทของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนของสหรัฐฯ มีแผนการระยะยาวด้านการสกัดและผลิตแร่สำคัญไว้ใช้ในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถด้านการผลิตแร่หายากเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยออกกฎหมายสนับสนุน เช่น CHIPS Act ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน
ประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก คือ สหรัฐฯ ไม่ได้จะสกัดและสะสมแร่ธรรมชาติที่สำคัญจากภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่จะแสวงหาแหล่งแร่ธรรมชาติที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมในอนาคต จากต่างประเทศด้วย ดังนั้น ความร่วมมือด้านการผลิตและส่งออกแร่หายาก หรือแร่ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะกลายเป็น หัวข้อความร่วมมือที่สหรัฐฯ ต้องการจากประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้ประเทศตะวันตกที่เตรียมพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ แล้ว เพราะมีรายงานว่าสหภาพยุโรป (EU) เตรียมทำข้อตกลง “Strategic Partnership Roadmap” ด้านการพัฒนาแร่หายากและแร่สำคัญร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศตะวันตกด้านการเข้าถึงแร่หายากพร้อม ๆ ไปกับลดการพึ่งพาจีน







