ประเทศอาหรับกับข้อหา “sportswashing” : การเป็นภัยคุกคามหน้าประตูบ้านของชาวตะวันตก

“sportswashing” หรือการใช้กิจกรรมกีฬาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนออกไปจากประเด็นอื้อฉาว คือข้อหายอดนิยมที่สื่อมวลชนของประเทศตะวันตกใช้วิพากษ์วิจารณ์ เมื่อประเทศอาหรับ โดยเฉพาะกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย มีบทบาทสำคัญในการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น เมื่อกาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 นอกจากนั้นยังมีตัวอย่างข้อกล่าวหาเรื่อง sportswashing อีกมากมาย เช่น เมื่อกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) ของซาอุดีอาระเบีย ริเริ่มจัดการแข่งขันกอล์ฟ LIV Golf เพื่อแข่งขันกับพีจีเอทัวร์ของสหรัฐอเมริกา หรือเมื่อกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียซื้อสโมสรฟุตบอลชื่อดังในฝรั่งเศสและอังกฤษ กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศเป้าหมายหลักของการโจมตี กาตาร์ถูกสื่อตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกที่จะหันเหความสนใจของประชาคมโลกจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิสตรีและ LGBT และการกดขี่แรงงานต่างชาติ ซาอุดีอาระเบียก็ตกเป็นเป้าหมายในลักษณะเดียวกัน การจัดแข่งกอล์ฟ LIV Golf ในสหรัฐอเมริกา และการซื้อสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในอังกฤษ โดนสื่อมวลชนตะวันตกวิจารณ์ว่าเป็นการลงทุนเพื่อ “sportswashing” ที่พยายามหันเหความสนใจของประชาคมโลกจากประเด็นด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ นักวิชาการบางส่วนให้ความเห็นว่าสื่อตะวันตกมุ่งเป้าวิจารณ์ประเทศอาหรับด้วยข้อหา “sportswashing” แต่เพิกเฉยกับการกระทำในลักษณะเดียวกันของประเทศโลกตะวันตก ประเทศตะวันตกก็มีปัญหาต่าง ๆ เช่นกัน และพยายามใช้กีฬาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แต่กลับไม่เคยโดนวิจารณ์ในข้อหา “sportswashing” เลย ……..นักวิชาการกลุ่มนี้เห็นว่าเป็นผลมาจากวิธีคิดแบบ moral superiority ที่ประเทศตะวันตกมองว่าตนมีความเหนือกว่าทางศีลธรรม…

ชายแท้แบบปูติน : การทาบทับของภาพลักษณ์ทางการเมืองแบบ masculinity ของประธานาธิบดีรัสเซียกับรสนิยมของชาวอเมริกันฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ภาพลักษณ์ทางการเมืองของประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ในสายตาของชาวรัสเซีย เป็นภาพลักษณ์ของความเป็นชาย (masculinity) ปูตินเป็นผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘อำนาจ’ ‘ความร่ำรวย’ ‘ค่านิยมครอบครัวแบบดั้งเดิม’ ‘ความเข้มแข็งแบบทหาร’ และ ‘ความรักชาติ’…….ภาพลักษณ์ความเป็นชายของปูตินแบบนี้เป็นภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซีย และก็แพร่กระจายไปทั่วโลกด้วย ภาพดังกล่าวอาจจะถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจด้วยฝีมือของทางการรัสเซีย ที่เผยแพร่ภาพถ่ายแสดงกิจกรรมแบบชายแท้ของประธานาธิบดีปูตินออกมาอยู่เรื่อย ๆ (ภาพที่คุ้นตาคือเปลือยหน้าอกออกล่าสัตว์) แต่ความนิยมของภาพลักษณ์นี้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ โดยภาพลักษณ์ของปูตินในฐานะผู้นำในหมู่ชาวตะวันตกคือผู้มีบุคลิกเด่นชัดตรงที่มีความเป็นชายแท้ และน่าสนใจตรงที่ว่าชาวตะวันตกทั้งคนที่ชื่นชอบรัสเซียและเกลียดรัสเซียล้วนรับเอาภาพความเป็นชายของประธานาธิบดีปูตินอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อมองจากมุมของฝ่ายที่ไม่ชอบรัสเซีย ประธานาธิบดีปูตินถูกตัดสินว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เป็นผู้ต้องการฟื้นฟูสหภาพโซเวียต เป็นอดีตเคจีบีที่มีนิสัยอันธพาล คลั่งชาติ และนิยมทหาร สื่อมวลชนสายเสรีนิยมในสหรัฐอเมริกามักเผยแพร่รูปภาพของปูตินที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมแบบชายแท้ โดยเฉพาะการล่าสัตว์ และนำเสนอภาพว่าเขาไม่ชอบ LGBT และผู้หญิง สื่อฝั่งนี้ใช้ภาพลักษณ์ชายแท้ของปูติน เพื่อสร้างภาพว่าเขาเป็นภัยคุกคามที่ทรงพลัง และเป็นอันตรายโดยตรงต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อค่านิยมเสรีนิยมและประชาธิปไตย บางครั้งจึงมีการเสียดสีโดยทำภาพล้อเลียนให้ปูตินดูเป็นสตรี หรือ LGBT เพื่อทำลายภาพความเป็นชายแท้ของเขา (ซึ่งเป็นการล้อที่แฝงนัยการเหยียดสตรีและ LGBT ไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ) สื่อสายเสรีนิยมในสหรัฐฯ ยังเชื่อมโยงภาพลักษณ์ชายแท้ของปูตินเข้ากับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยส่งข้อความว่าทรัมป์เป็นคนอ่อนแอ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของปูติน ซึ่งได้รับการมองว่าแข็งแกร่งกว่า ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินก็ได้รับความชื่นชมจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมในโลกตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ชื่นชมภาพลักษณ์ชายแท้ของปูติน คนกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มคนที่ผิดหวังกับการเมืองในประเทศของตนเอง รู้สึกสิ้นหวังว่าสหรัฐฯ กำลังถูกคุกคาม…

กฎหมายทางทะเลของฟิลิปปินส์อาจเพิ่มความขัดแย้งกับจีน

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะจำนวนมากและรอบล้อมด้วยมหาสมุทร รวมทั้งทะเล ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์เช่นนี้ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารจัดการทรัพยากรในทะเลอย่างมาก โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่พิพาทบริเวณทะเลจีนใต้ เนื่องจากมีน่านน้ำหลายส่วนที่ติดอยู่กับอาณาเขตของฟิลิปปินส์  รัฐบาลทุกยุคสมัยของประเทศนี้จึงไม่เคยละทิ้งความพยายามที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติที่อยู่ในทะเล เพราะผลประโยชน์เหล่านี้เชื่อมโยงกับบูรณภาพแห่งดินแดน ทรัพยากรธรรมชาติ และเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน ฟิลิปปินส์ได้ผลักดันร่างกฎหมายชื่อว่า Maritime Zones Act เพื่อกำหนดอาณาเขตทางทะเลของฟิลิปปินส์ให้ชัดเจนขึ้น ทั้งน่านน้ำภายใน (internal waters) น่านน้ำหมู่เกาะ (archipelagic waters) ของรัฐหมู่เกาะน่านน้ำอาณาเขต (territorial waters) เขตต่อเนื่อง (contiguous zone) เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone) และไหล่ทวีป (Continental Shelf) การผลักดันกฎหมายนี้เริ่มต้นตั้งแต่พฤษภาคม 2566 และเมื่อต้น มีนาคม 2567 วุฒิสภาของฟิลิปปินส์ได้เห็นชอบผ่านไปแล้ว แปลว่ากฎหมายนี้มีโอกาสบังคับใช้ได้ในอีกไม่นาน การจัดทำกฎหมาย Maritime Zones Act ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ฟิลิปปินส์อยู่ดี ๆ ก็จัดทำขึ้นมา เพราะกฎหมายในลักษณะเดียวกันและชื่อเดียวกันนี้เคยถูกจัดทำขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก เพราะต้องการใช้กฎหมายหรือเอกสารนี้เป็นใบรับรองสิทธิและอำนาจในการจัดการทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญมาโดยตลอด เพราะพื้นที่ทางทะเลประกอบด้วยทรัพยากรแบบมีชีวิตและไม่มีชีวิต และยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ…

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยินยอมเจรจาเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 12 มี.ค.67 อ้างรายงานการประเมินภัยคุกคามประจำปี 2567 (The 2024 Annual Threat Assessment) ของ สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Office of the Director of National Intelligence-ODNI) เผยแพร่เมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มุ่งมั่นพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่ยินยอมเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ เนื่องจากการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันความมั่นคงของระบอบการปกครอง และเป็นความภาคภูมิใจของชาติ ในการนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือมีเป้าหมายใช้ความสัมพันธ์ทางทหารที่ใกล้ชิดกับรัสเซียเพื่อให้ได้รับการยอมรับสถานะรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์จากนานาชาติ พร้อมกับส่งเสริมความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียให้เข้มแข็ง เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การสนับสนุนทางการทูต และความร่วมมือด้านความมั่นคง นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังคงละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วยการลักลอบนำเข้าสินค้าสองทางจากจีนและรัสเซีย ใช้การโจมตีทางไซเบอร์เพื่อจารกรรมสกุลเงินดิจิทัล และลักลอบส่งแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ  

ลาวจัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 30

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์  รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า นายมะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาว เป็นประธานการจัดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 30 ณ แขวงหลวงพระบาง เมื่อ 9 มี.ค.67 โดยหารือเรื่องการยกระดับข้อตกลงการค้าอาเซียนและกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับนโยบายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เพื่อยกระดับข้อตกลงทางการค้าใหม่กับประเทศคู่ค้าดังกล่าว ทั้งนี้ ลาวเสนอ14 แผนงานภายใต้เสาหลักเศรษฐกิจ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว ด้านพลังงาน ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้านวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน

รัสเซีย จีน และอิหร่าน ซ้อมรบทางทะเลระหว่าง 12-15 มี.ค.67 ในทะเลอาหรับ

สำนักข่าว RT ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า รัสเซีย จีน และอิหร่าน เข้าร่วมฝึกการซ้อมรบทางทะเลภายใต้ชื่อ Maritime Security Belt ระหว่าง 12-15 มี.ค.67 การฝึกซ้อมประกอบด้วยเรือรบและเครื่องบินรบจากทั้งสามประเทศ และมีผู้แทนกองทัพจากอาเซอร์ไบจาน อินเดีย คาซัคสถาน โอมาน ปากีสถาน และแอฟริกาใต้ เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า พื้นที่การปฏิบัติการซ้อมรบจะอยู่ในน่านน้ำทะเลอาหรับ โดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวโอมาน ส่วนวัตถุประสงค์หลักของการซ้อมรบคือเพื่อรักษาความปลอดภัยของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล โดยกองทัพเรือรัสเซีย นำเรือรบสองลำจากกองเรือแปซิฟิกเข้าร่วมการซ้อมรบ ได้แก่ เรือลาดตระเวน Varyag และเรือพิฆาต Marshal Shaposhnikov ทั้งนี้ การซ้อมรบ Maritime Security Belt ของทั้งสามประเทศจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2562

คอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์มีผลต่อการกระตุ้น GDP สิงคโปร์

สถานีโทรทัศน์ Channel News Asia รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า นักเศรษฐศาสตร์ต่างปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ อ้างอิงจากผลสำรวจของ Bloomberg ที่ระบุว่า อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสิงคโปร์ ในไตรมาส 1/2567 (ม.ค.-มี.ค.67) อาจขยายตัวถึงร้อยละ 2.9 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบ 6 เดือน และคาดว่า GDP โดยรวมของปี 2567 จะอยู่ที่ร้อยละ 2.5 จากเดิมที่เคยคาดการณ์อยู่ที่ร้อยละ 2.3 ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการจัดคอนเสิร์ต The Eras Tour รวมทั้งหมด 6 รอบ ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ศิลปินชาวอเมริกัน โดยนาย Chua Han Teng นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร DBS ของสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNA ประเมินว่า คอนเสิร์ตดังกล่าว น่าจะสร้างรายได้ให้กับสิงคโปร์มากถึง 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ…

The Intelligence Update 13/03/2024 : สถานการณ์ความมั่นคงเมียนมา

พบกับรายการ The Intelligence Update อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “สถานการณ์ความมั่นคงเมียนมา”

แขวงบ่อแก้ว ลาว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) หวังจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นในปี 2567

        หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 อ้างรายงานสถิติจากกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวประจำแขวงบ่อแก้ว ลาว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) ว่า มีประชาชนเดินทางเข้าสู่แขวงบ่อแก้ว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (อ.เชียงของ) และจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ (อ.เชียงแสน) ระหว่าง ม.ค.-ก.พ.67 รวม 32,598 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 จากเมื่อปี 2566 และสร้างรายได้มากกว่า 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ แขวงบ่อแก้ววางแผนจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพื่อสอดรับกับนโยบายปีแห่งการท่องเที่ยวลาว (Visit Laos Year 2024) อาทิ การเปิดให้บริการท่าอากาศยานนานาชาติแขวงบ่อแก้ว การกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย การปรับปรุงคุณภาพของภาคบริการ ตลอดจนส่งเสริมการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาลาวในปี 2567 ประมาณ 4.6 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กลุ่มพันธมิตรจีนประกาศแผนรณรงค์เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน

        กลุ่มพันธมิตรจีนของสมาชิกรัฐสภาข้ามชาติแห่งภูมิภาคยุโรป (Inter-Parliamentary Alliance on China-IPAC) ประกาศแผนการรณรงค์ในชื่อ Operation Mist เมื่อ 8 มี.ค.67 เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่จะได้รับหากเกิดวิกฤตขึ้นในช่องแคบไต้หวัน โดยมีเป้าหมายต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับว่า เสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ภายในของทุกประเทศทั่วโลก และไม่มีประเทศใดมีภูมิคุ้มกันต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งอาจมีมูลค่ามากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากกรณีสงครามยูเครนถึง 5 เท่า ทั้งนี้ รายงานของ Bloomberg Economics ก่อนหน้านี้ระบุว่า สงครามไต้หวันจะมูลค่าถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทั่วโลก