นาย Asif Ali Zardari ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของปากีสถาน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Today รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า รัฐสภาแห่งชาติปากีสถาน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสมาชิกสภาแห่งรัฐ ลงมติด้วยคะแนน 411 เสียง เลือกนาย Asif Ali Zardari ประธานร่วมพรรค Pakistan People’s Party (PPP) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 14 ของปากีสถาน เมื่อ 9 มี.ค.67 ขณะที่นาย Mahmood Khan Achakzai ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากพรรค Sunni Ittehad Council (SIC) และได้รับการสนับสนุนจากพรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) ของอดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ได้ 181 เสียง ทั้งนี้ นาย Zardari ได้เข้าทำพิธีสาบานตนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 10 มี.ค.67

สหรัฐฯแจ้งเตือนพลเรือนให้ระวังการก่อร้ายในกรุงมอสโก

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ / กรุงมอสโก ประกาศเมื่อ 7 มี.ค.67 แจ้งเตือนพลเรือนชาวอเมริกันในรัสเซียให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม รวมถึงงานแสดงดนตรี เนื่องจากได้รับรายงานว่ากลุ่มก่อการร้ายมีแผนก่อเหตุในกรุงมอสโกในห้วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประชาชนรวมตัวหนาแน่น ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่น และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

The Intelligence Weekly Review 10/03/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

Fast Fashion จะปัง หรือพัง

โลกาภิวัตน์ (Globalization) มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ กระแสความนิยมที่เป็นผลมาจากการเสพสื่อและการอาศัยอยู่ในโลกดิจิทัล ซึ่งแฟชั่น (Fashion) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยในแต่ละสังคม แต่ละยุคสมัยก็จะมีวิธีการหรือสไตล์ในการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมนั้น ๆ แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์มากขึ้น มีการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและมีรูปแบบการแต่งกายที่คล้ายคลึงกันมากขึ้น ความนิยมที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าทำให้เกิดเป็น “กระแสฟาสต์แฟชั่น” (Fast Fashion) โดยฟาสต์แฟชั่นเป็นธุรกิจที่เน้นการขายเสื้อผ้าราคาถูก มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นแต่สวมใส่เพียงไม่กี่ครั้งและซื้อใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟาสต์แฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสร้างผลกระทบต่อโลกอย่างมากมายเช่นเดียวกัน อุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นเติบโตอย่างน่าทึ่งในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลต่อความต้องการในการบริโภคเสื้อผ้าที่มาจากกระบวนการฟาสต์แฟชั่นของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก รายงานของ United Nations Economic Commission for Europe (UNECE) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการสร้างงานมากกว่า 75 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตขึ้นเป็นสองเท่า เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อัตราการบริโภคเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเมื่อเทียบกับ 15 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่า ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นในอนาคตจะขยายตัวกว้างมากขึ้นในตลาดเสื้อผ้า เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดี…

“คนผิวเผือก” ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้

คนผิวเผือกจะมีตัวที่ขาวซีด เรือนผมและดวงตามีสีจาง ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายไม่อาจผลิตเม็ดสีได้ และมักเกิดมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ฉะนั้นแสงจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจ เพราะเมื่อปราศจากเม็ดสีในร่างกาย พวกเขาจึงไวต่อแสงมาก ทำให้ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังเผชิญความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึงพันเท่า …..แต่ที่น่าเห็นใจในชะตาของคนเหล่านี้ยังมียิ่งกว่านั้น คือการที่บางคนต้องเผชิญกับการถูกคุกคามจากผู้ที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำในแอฟริกา ซึ่งบางครั้งนำไปสู่การถูกทำร้ายหรือฆาตกรรม โดยคนผิวเผือกจำนวนมากถูกทรมานและสังหาร เพราะมีความเชื่อกันว่าชิ้นส่วนจากร่างกายที่มีสีผิวผิดแผกจะนำความโชคดีมาให้ ทั้งนี้ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือมีอัตราการเกิดคนผิวเผือกจะมีเพียง 1 ใน 20,000 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นภาวะที่หาได้ยาก แต่ในแอฟริกามีอัตราการเกิดอยู่ที่ 1 ใน 5,000 คน โดยแทนซาเนียคือประเทศที่มีจำนวนประชากรผิวเผือกมากที่สุด (ทุกๆ 1 ใน 1,400 คน) นั่นไม่ได้แปลว่าผู้คนจะยอมรับมันได้ เพราะด้วยเหตุที่มีฐานะประเทศยากจนอันดับต้นๆ ของโลก ผู้คนส่วนใหญ่จึงเข้าไม่ถึงการศึกษา ทำให้ยังไม่เข้าใจถึงโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าการมีผิวเผือกคือพลังอำนาจวิเศษ หากผู้ใดได้ครอบครองอวัยวะหรือชิ้นส่วนร่างกายของคนผิวเผือกแล้วจะนำพาโชคดีมาให้ บ่อยครั้งเกิดการลักพาตัวทารกหรือเด็กๆ บางรายถูกฆาตกรรม หรือบางรายถูกทำให้พิการ เมื่อปี 2549 มีคนผิวเผือกถูกสังหารอย่างน้อย 76 คน นิ้วมือ แขน และขาพวกเขา ถูกตัดไปทำพิธีกรรม เครื่องรางของขลัง แม้กระทั่งเลือดก็ถูกเก็บไปทำน้ำมนต์ …….แต่ละหมู่บ้านที่ห่างไกลของแอฟริกายังมีผู้คนที่ยึดมั่นในไสยศาสตร์มนต์ดำ โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีหมอผีประจำหมู่บ้าน ซึ่งหมอผีเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในฐานะแพทย์ผู้รักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยพืชสมุนไพร…

เยาวชนไทยกับภาวะซึมเศร้า

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามักมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและปัญหาซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนไทยที่ประสบกับปัญหาสภาวะทางสุขภาพจิตกันมากขึ้น โดยข้อมูลกรมสุขภาพจิตปี 2562 – 2566 พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 7.26 เป็น 7.94 ต่อประชากร1แสนคน และในปี 2566 มีคนพยายามฆ่าตัวตายถึง 25,578 คน โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีอัตราพยายามฆ่าตัวตายสูงสุด ซึ่งมีการประเมินกันว่าปัญหาการฆ่าตัวตายของเยาวชนไทยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากความเครียดและความโดดเดี่ยวทางจิตใจที่เยาวชนต้องเผชิญ อีกทั้งเห็นว่าการเผชิญภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายของเยาวชนยังอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงได้อีกหลากหลาย อาทิยาเสพติดและการกระทำผิดอื่นๆ ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรเยาวชนที่สำคัญย่อมกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต ………..ระยะหลังที่เยาวชนไทยประสบกับปัญหาความโดดเดี่ยวทางจิตใจกันเป็นอย่างมาก คาดว่าส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากโควิด-19 ที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับชีวิต ขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ขาดพื้นที่การทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปถึงปัจจัยจากด้านแรงกดดันจากสังคมและอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย อย่างเช่นอิทธิพลของคอนเทนต์ประเภทที่มักมีการนำเสนอชีวิตที่สมบูรณ์แบบในโลกออนไลน์ ซึ่งการได้เห็นชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เยาวชนไทยรู้สึกกดดัน เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตเช่นนั้นได้  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกิดจากสังคมไทย กล่าวคือ สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่ยังไม่ค่อยเปิดรับกับปัญหาสุขภาพทางจิตใจมากนัก โดยยังมักมีมุมมองความคิดว่า ปัญหาทางสุขภาพทางจิตของเยาวชนเกิดขึ้น เพราะเยาวชนต้องการเรียกร้องความสนใจ คิดไปเอง และยังไม่จำเป็นต้องพบแพทย์และทำการรักษา ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่เผชิญปัญหาสุขภาพทางจิต มีความกังวลไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพราะกลัวคนรอบข้างไม่เข้าใจ กรมสุขภาพจิตได้มีการรายงานสถิติของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 100 คน ได้รับการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น และมีการวิเคราะห์พบว่าความโดดเดี่ยวทางจิตใจในเยาวชนไทยมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิต โดยมีระดับความเครียดสูงถึง…

กบฏ Houthi ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเอเดน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย

สำนักข่าว Reuters และ  AP รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 อ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า กบฏ Houthi ในเยเมน ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ (ASBM) จากพื้นที่ควบคุมในเยเมน โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง True Confidence ติดธงบาร์เบโดส (ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน) ซึ่งจดทะเบียนในไลบีเรียและจัดการเดินเรือโดยบริษัทในกรีซ ขณะเรือดังกล่าวเดินเรืออยู่ในอ่าวเอเดน ห่างจากท่าเรือเอเดน ทางภาคใต้ของเยเมน ประมาณ 93 กิโลเมตร ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ส่วนเรือได้รับความเสียหาย ทำให้ลูกเรือที่เหลือและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเรือ รวม 23 คน ต้องสละเรือ ทั้งนี้ เหตุโจมตีเรือลำดังกล่าว ซึ่งมีต้นทางจากท่าเรือในจีน ปลายทางท่าเรือในเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นหลังจากผู้นำกบฏ Houthi แถลงเมื่อ 29 ก.พ.67 ยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางทหาร ในทะเลแดงและอ่าวเอเดนต่อไป โดยจะโจมตีแบบ military…

ฟิลิปปินส์ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงข้ามเพศที่มีเหตุทะเลาะวิวาทที่กรุงเทพฯ

นาย Eduardo de Vega รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศฟิลิปปินส์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นหลายสำนักเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้หญิงข้ามเพศชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้หญิงข้ามเพศชาวไทย ที่ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ เมื่อ 4 มี.ค.67 และพร้อมให้ความช่วยเหลือทางคดี ปัจจุบัน ชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด ประมาณ 20 คน ย้ายจากที่พักเดิม หรือเดินทางกลับประเทศแล้ว หลังจากถูกข่มขู่จากคนไทย เหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวเป็นโอกาสให้ กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ย้ำให้พลเมืองที่พักอาศัยในต่างประเทศ ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ โดยไม่สร้างปัญหา และหลีกเลี่ยงที่จะสร้างความขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งกับพลเมืองของประเทศนั้น ๆ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ใกล้พื้นที่ซึ่งผู้นำยูเครนและผู้นำกรีซอยู่ระหว่างเยือน

สำนักข่าว Al Jazeera และ Kyiv Post รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือในเมือง Odesa เมืองท่าที่สำคัญของยูเครนในทะเลดำ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างเชิญนายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis ของกรีซ เยี่ยมสำรวจพื้นที่ท่าเรือและบางส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียระลอกก่อนเมื่อ 2 มี.ค.67 ทั้งนี้ในการโจมตีเมื่อ 6 มี.ค.67 คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในพื้นที่ที่ถูกโจมตีพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บหลายราย ผู้นำกรีซบรรยายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ปรากฏเสียงแจ้งเตือน ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้พื้นที่ ไม่มีเวลาที่จะเข้าไปยังที่หลบภัย ด้านผู้นำยูเครนทวีตผ่าน X ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้สนทนาในประเด็นขยายพื้นที่ปลอดภัยในทะเลดำ ตลอดจนปกป้องเมืองทั้งหมดของยูเครน ซึ่งยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม

กองทัพอาระกัน (AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากปรากฏข่าวสารว่า กองทัพเมียนมาบังคับเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังพล เนื่องจากไม่สามารถสรรหาชาวเมียนมาเข้าร่วมในกองทัพได้ โดย AA จะช่วยจัดหาพื้นที่ปลอดภัยในเขตอิทธิพลของ AA และกองกำลังชนกลุ่มน้อยอื่น แก่ชาวโรฮีนจาเพศชายอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกองทัพเมียนมา อูไข่ตูคะ โฆษก AA มองว่า กองทัพเมียนมาใกล้จะพ่ายแพ้ต่อ AA ในสมรภูมิรัฐยะไข่ จึงวางแผนฝึกทหารและมอบอาวุธแก่ชาวโรฮีนจา โดยใช้วิธีบังคับควบคุมตัวหรือลักพาตัวชาวโรฮีนจาออกไปจากค่ายผู้อพยพในเมืองซิตตเว บูทิด่อง และเจ้าผิว แล้วกว่า 550 คน ห้วง 23-29 ก.พ.67 ซึ่งการประทำดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และทำลายเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ขณะที่ พล.จ.ซอมินทุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า กองทัพไม่มีการเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร