The Intelligence Weekly Review 10/03/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

Fast Fashion จะปัง หรือพัง

โลกาภิวัตน์ (Globalization) มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ กระแสความนิยมที่เป็นผลมาจากการเสพสื่อและการอาศัยอยู่ในโลกดิจิทัล ซึ่งแฟชั่น (Fashion) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยในแต่ละสังคม แต่ละยุคสมัยก็จะมีวิธีการหรือสไตล์ในการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมนั้น ๆ แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์มากขึ้น มีการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและมีรูปแบบการแต่งกายที่คล้ายคลึงกันมากขึ้น ความนิยมที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าทำให้เกิดเป็น “กระแสฟาสต์แฟชั่น” (Fast Fashion) โดยฟาสต์แฟชั่นเป็นธุรกิจที่เน้นการขายเสื้อผ้าราคาถูก มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นแต่สวมใส่เพียงไม่กี่ครั้งและซื้อใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟาสต์แฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสร้างผลกระทบต่อโลกอย่างมากมายเช่นเดียวกัน อุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นเติบโตอย่างน่าทึ่งในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลต่อความต้องการในการบริโภคเสื้อผ้าที่มาจากกระบวนการฟาสต์แฟชั่นของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก รายงานของ United Nations Economic Commission for Europe (UNECE) เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการสร้างงานมากกว่า 75 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตขึ้นเป็นสองเท่า เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อัตราการบริโภคเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเมื่อเทียบกับ 15 ปีที่ผ่านมานั้น พบว่า ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นในอนาคตจะขยายตัวกว้างมากขึ้นในตลาดเสื้อผ้า เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดี…

“คนผิวเผือก” ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้

คนผิวเผือกจะมีตัวที่ขาวซีด เรือนผมและดวงตามีสีจาง ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายไม่อาจผลิตเม็ดสีได้ และมักเกิดมาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ฉะนั้นแสงจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจ เพราะเมื่อปราศจากเม็ดสีในร่างกาย พวกเขาจึงไวต่อแสงมาก ทำให้ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยังเผชิญความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึงพันเท่า …..แต่ที่น่าเห็นใจในชะตาของคนเหล่านี้ยังมียิ่งกว่านั้น คือการที่บางคนต้องเผชิญกับการถูกคุกคามจากผู้ที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำในแอฟริกา ซึ่งบางครั้งนำไปสู่การถูกทำร้ายหรือฆาตกรรม โดยคนผิวเผือกจำนวนมากถูกทรมานและสังหาร เพราะมีความเชื่อกันว่าชิ้นส่วนจากร่างกายที่มีสีผิวผิดแผกจะนำความโชคดีมาให้ ทั้งนี้ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือมีอัตราการเกิดคนผิวเผือกจะมีเพียง 1 ใน 20,000 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นภาวะที่หาได้ยาก แต่ในแอฟริกามีอัตราการเกิดอยู่ที่ 1 ใน 5,000 คน โดยแทนซาเนียคือประเทศที่มีจำนวนประชากรผิวเผือกมากที่สุด (ทุกๆ 1 ใน 1,400 คน) นั่นไม่ได้แปลว่าผู้คนจะยอมรับมันได้ เพราะด้วยเหตุที่มีฐานะประเทศยากจนอันดับต้นๆ ของโลก ผู้คนส่วนใหญ่จึงเข้าไม่ถึงการศึกษา ทำให้ยังไม่เข้าใจถึงโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าการมีผิวเผือกคือพลังอำนาจวิเศษ หากผู้ใดได้ครอบครองอวัยวะหรือชิ้นส่วนร่างกายของคนผิวเผือกแล้วจะนำพาโชคดีมาให้ บ่อยครั้งเกิดการลักพาตัวทารกหรือเด็กๆ บางรายถูกฆาตกรรม หรือบางรายถูกทำให้พิการ เมื่อปี 2549 มีคนผิวเผือกถูกสังหารอย่างน้อย 76 คน นิ้วมือ แขน และขาพวกเขา ถูกตัดไปทำพิธีกรรม เครื่องรางของขลัง แม้กระทั่งเลือดก็ถูกเก็บไปทำน้ำมนต์ …….แต่ละหมู่บ้านที่ห่างไกลของแอฟริกายังมีผู้คนที่ยึดมั่นในไสยศาสตร์มนต์ดำ โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีหมอผีประจำหมู่บ้าน ซึ่งหมอผีเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในฐานะแพทย์ผู้รักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนด้วยพืชสมุนไพร…

เยาวชนไทยกับภาวะซึมเศร้า

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามักมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและปัญหาซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนไทยที่ประสบกับปัญหาสภาวะทางสุขภาพจิตกันมากขึ้น โดยข้อมูลกรมสุขภาพจิตปี 2562 – 2566 พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 7.26 เป็น 7.94 ต่อประชากร1แสนคน และในปี 2566 มีคนพยายามฆ่าตัวตายถึง 25,578 คน โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีอัตราพยายามฆ่าตัวตายสูงสุด ซึ่งมีการประเมินกันว่าปัญหาการฆ่าตัวตายของเยาวชนไทยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากความเครียดและความโดดเดี่ยวทางจิตใจที่เยาวชนต้องเผชิญ อีกทั้งเห็นว่าการเผชิญภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายของเยาวชนยังอาจนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงได้อีกหลากหลาย อาทิยาเสพติดและการกระทำผิดอื่นๆ ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรเยาวชนที่สำคัญย่อมกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต ………..ระยะหลังที่เยาวชนไทยประสบกับปัญหาความโดดเดี่ยวทางจิตใจกันเป็นอย่างมาก คาดว่าส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากโควิด-19 ที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับชีวิต ขาดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ขาดพื้นที่การทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปถึงปัจจัยจากด้านแรงกดดันจากสังคมและอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย อย่างเช่นอิทธิพลของคอนเทนต์ประเภทที่มักมีการนำเสนอชีวิตที่สมบูรณ์แบบในโลกออนไลน์ ซึ่งการได้เห็นชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เยาวชนไทยรู้สึกกดดัน เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตเช่นนั้นได้  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกิดจากสังคมไทย กล่าวคือ สังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่ยังไม่ค่อยเปิดรับกับปัญหาสุขภาพทางจิตใจมากนัก โดยยังมักมีมุมมองความคิดว่า ปัญหาทางสุขภาพทางจิตของเยาวชนเกิดขึ้น เพราะเยาวชนต้องการเรียกร้องความสนใจ คิดไปเอง และยังไม่จำเป็นต้องพบแพทย์และทำการรักษา ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่เผชิญปัญหาสุขภาพทางจิต มีความกังวลไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพราะกลัวคนรอบข้างไม่เข้าใจ กรมสุขภาพจิตได้มีการรายงานสถิติของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 100 คน ได้รับการรักษาเพียง 28 คนเท่านั้น และมีการวิเคราะห์พบว่าความโดดเดี่ยวทางจิตใจในเยาวชนไทยมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิต โดยมีระดับความเครียดสูงถึง…

กบฏ Houthi ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเอเดน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย

สำนักข่าว Reuters และ  AP รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 อ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า กบฏ Houthi ในเยเมน ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ (ASBM) จากพื้นที่ควบคุมในเยเมน โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง True Confidence ติดธงบาร์เบโดส (ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน) ซึ่งจดทะเบียนในไลบีเรียและจัดการเดินเรือโดยบริษัทในกรีซ ขณะเรือดังกล่าวเดินเรืออยู่ในอ่าวเอเดน ห่างจากท่าเรือเอเดน ทางภาคใต้ของเยเมน ประมาณ 93 กิโลเมตร ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ส่วนเรือได้รับความเสียหาย ทำให้ลูกเรือที่เหลือและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเรือ รวม 23 คน ต้องสละเรือ ทั้งนี้ เหตุโจมตีเรือลำดังกล่าว ซึ่งมีต้นทางจากท่าเรือในจีน ปลายทางท่าเรือในเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นหลังจากผู้นำกบฏ Houthi แถลงเมื่อ 29 ก.พ.67 ยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางทหาร ในทะเลแดงและอ่าวเอเดนต่อไป โดยจะโจมตีแบบ military…

ฟิลิปปินส์ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงข้ามเพศที่มีเหตุทะเลาะวิวาทที่กรุงเทพฯ

นาย Eduardo de Vega รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศฟิลิปปินส์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นหลายสำนักเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้หญิงข้ามเพศชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้หญิงข้ามเพศชาวไทย ที่ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ เมื่อ 4 มี.ค.67 และพร้อมให้ความช่วยเหลือทางคดี ปัจจุบัน ชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด ประมาณ 20 คน ย้ายจากที่พักเดิม หรือเดินทางกลับประเทศแล้ว หลังจากถูกข่มขู่จากคนไทย เหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวเป็นโอกาสให้ กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ย้ำให้พลเมืองที่พักอาศัยในต่างประเทศ ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ โดยไม่สร้างปัญหา และหลีกเลี่ยงที่จะสร้างความขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งกับพลเมืองของประเทศนั้น ๆ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ใกล้พื้นที่ซึ่งผู้นำยูเครนและผู้นำกรีซอยู่ระหว่างเยือน

สำนักข่าว Al Jazeera และ Kyiv Post รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือในเมือง Odesa เมืองท่าที่สำคัญของยูเครนในทะเลดำ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างเชิญนายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis ของกรีซ เยี่ยมสำรวจพื้นที่ท่าเรือและบางส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียระลอกก่อนเมื่อ 2 มี.ค.67 ทั้งนี้ในการโจมตีเมื่อ 6 มี.ค.67 คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในพื้นที่ที่ถูกโจมตีพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บหลายราย ผู้นำกรีซบรรยายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ปรากฏเสียงแจ้งเตือน ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้พื้นที่ ไม่มีเวลาที่จะเข้าไปยังที่หลบภัย ด้านผู้นำยูเครนทวีตผ่าน X ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้สนทนาในประเด็นขยายพื้นที่ปลอดภัยในทะเลดำ ตลอดจนปกป้องเมืองทั้งหมดของยูเครน ซึ่งยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม

กองทัพอาระกัน (AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากปรากฏข่าวสารว่า กองทัพเมียนมาบังคับเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังพล เนื่องจากไม่สามารถสรรหาชาวเมียนมาเข้าร่วมในกองทัพได้ โดย AA จะช่วยจัดหาพื้นที่ปลอดภัยในเขตอิทธิพลของ AA และกองกำลังชนกลุ่มน้อยอื่น แก่ชาวโรฮีนจาเพศชายอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกองทัพเมียนมา อูไข่ตูคะ โฆษก AA มองว่า กองทัพเมียนมาใกล้จะพ่ายแพ้ต่อ AA ในสมรภูมิรัฐยะไข่ จึงวางแผนฝึกทหารและมอบอาวุธแก่ชาวโรฮีนจา โดยใช้วิธีบังคับควบคุมตัวหรือลักพาตัวชาวโรฮีนจาออกไปจากค่ายผู้อพยพในเมืองซิตตเว บูทิด่อง และเจ้าผิว แล้วกว่า 550 คน ห้วง 23-29 ก.พ.67 ซึ่งการประทำดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และทำลายเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ขณะที่ พล.จ.ซอมินทุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า กองทัพไม่มีการเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร

The Intelligence Update 06/03/2024 : เกาะติดศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ

พบกับรายการ The Intelligence Update อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “เกาะติดศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ”

จีนเป็นคนกลางให้รัฐบาลเมียนมาและพันธมิตรสามภราดรภาพลงนามข้อตกลงกันได้

        เว็บไซต์ The Diplomat รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 ว่า รัฐบาลเมียนมากับพันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance-3BHA) ประกอบด้วย กลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน หลังจากการพูดคุยที่จีนเป็นคนกลางจัดขึ้นที่เมืองคุนหมิง โดยสองฝ่ายจะถอนกำลังออกจากแนวหน้า กองทัพเมียนมาจะให้การยอมรับ MNDAA เป็นรัฐบาลของเขตพิเศษโกกั้ง ให้การรับรองว่าผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาจะไม่ได้รับผลกระทบ และการเปิดการค้าผ่านแดนระหว่างจีนกับเมียนมาอีกครั้งหลังจากชะงักไปเนื่องจากเกิดการสู้รบในปฏิบัติการ 1027 แต่ยังมีรายละเอียดและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะต้องหารือถึงแนวปฏิบัติระหว่างกันอีกในการเจรจารอบที่ 5 ใน เม.ย.67