ชาวกรีกชุมนุมประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน

เว็บไซต์ VOA และ AP รายงานเมื่อ 12 ก.พ.67 ว่า ชาวกรีกประมาณ 1,500 คน จัดชุมนุมประท้วงที่กรุงเอเธนส์ กรีซ เมื่อ 11 ก.พ.67 เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมยื่นพิจารณาเข้ารัฐสภาในสัปดาห์นี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยม แต่จะต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านกลางและพรรคฝ่ายค้านซ้ายด้วยจึงจะได้รับการอนุมัติ ปัจจุบัน กรีซให้การรับรองสัญญาการอยู่ร่วมกันสําหรับคู่รักเพศเดียวกัน และอนุญาตให้เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศได้โดยไม่ต้องมีการประเมินทางจิตเวชและการผ่าตัดแปลงเพศ อย่างไรก็ตาม การที่กรีซเป็นประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์เป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้ผู้ชุมนุมมองว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวขัดต่อจริยธรรมประเพณี สวนทางกับความเชื่อทางศาสนา และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ หากได้รับการอนุมัติ กรีซจะกลายเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ประเทศแรกที่รับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

หลายประเทศในยุโรปยังคงมีการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์

สำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี รายงานเมื่อ 11 ก.พ.67 ว่า ประชาชนในหลายประเทศทั่วยุโรปยังคงออกมาชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์และประท้วงการกระทำของอิสราเอลและพันธมิตร โดยเมื่อ 10 ก.พ.67 ประชาชนออกไปรวมตัวประท้วงที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย ผู้ชุมนุมถือธงปาเลสไตน์และป้ายข้อความ “หยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” “เสรีภาพในฉนวนกาซา” และ “อิสราเอลเป็นผู้ก่อการร้าย”เช่นเดียวกับที่กรุงโรม อิตาลี ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนไปรวมตัวกันที่ Fori Imperiali Avenue เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ ขณะที่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผู้ชุมนุมได้เดินขบวนประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนจะไปยุติที่ด้านหน้าสํานักงานสหประชาชาติ เช่นเดียวกับที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส และกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ที่มีการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้หยุดยิงทันทีและยุติการเหยียดเชื้อชาติและความหวาดกลัวชาวต่างชาติ

กัมพูชาส่งออกข้าวเมื่อ ม.ค. 67 เพิ่มขึ้นร้อยละ 26

สำนักข่าวThmey Thmey ของกัมพูชา รายงานเมื่อ 11 ก.พ.67 อ้างรายงานของสมาพันธ์ข้าวกัมพูชา (Cambodia Rice Federation-CRF) ว่า เมื่อห้วง ม.ค.67 กัมพูชาส่งออกข้าว 46,221 ตัน มูลค่า 32.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยัง 42 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 โดยส่งออกไปยังประเทศในยุโรปมากที่สุด 25,005 ตัน มูลค่า 8.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 54 ของการส่งออกข้าวของกัมพูชา รองลงมาได้แก่ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11,999 ตัน (มูลค่า 8.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จีน 5,171 ตัน (มูลค่า 2.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และประเทศอื่น ๆ อาทิ แอฟริกา ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ออสเตรเลีย…

ศาลสูงมาเลเซียตัดสินให้กฎหมายชารีอะฮ์ในรัฐกลันตัน 16 มาตรา เป็นโมฆะ

สำนักข่าว Channel News Asia รายงานเมื่อ 10 ก.พ.67 ว่า คณะผู้พิพากษาศาลสูงมาเลเซีย มีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ตัดสินให้กฎหมายชารีอะฮ์ที่บังคับใช้ในรัฐกลันตัน 16 มาตรา อาทิ การประพฤติผิดเพศเดียวกัน การประพฤติผิดในหมู่เครือญาติ การพนัน การล่วงละเมิดทางเพศ การลบหลู่ศาสนสถาน ให้ถือเป็นโมฆะ เพราะทับซ้อนกับเขตอำนาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ครอบคลุมประเด็นดังกล่าวอยู่แล้ว ด้านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ยืนยันว่า คำตัดสินของศาลไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการพิจารณาขอบเขตการใช้อำนาจของรัฐบาลรัฐกลันตันในการบัญญัติกฎหมาย ทั้งยังเรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยเฉพาะพรรคปาสซึ่งมีอิทธิพลในรัฐกลันตัน อย่าใช้ประเด็นดังกล่าวเป็นเครื่องมือลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หรือชี้นำให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลต่อต้านกฎหมายชารีอะฮ์ ทั้งนี้นายฮัมซา ไซนูดิน เลขาธิการกลุ่มพันธมิตรแห่งชาติ (Perikatan Nasional-PN/กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน) โจมตีคำตัดสินของศาลว่าทำร้ายความรู้สึกของชาวมาเลย์มุสลิม และเป็นความท้าทายต่อทุกรัฐในการออกกฎหมายชารีอะฮ์เพื่อปกป้องศาสนาอิสลาม

The Intelligence Weekly Review 11/02/2024

The Intelligence Weekly Review นำเสนอความเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นรอบโลกในแต่ละภูมิภาคให้ท่านผู้ฟังรู้ทันเหตุการณ์ เห็นความสำคัญ และนำมุมมองของเราไปใช้ประโยชน์กันต่อไป

กลุ่มติดอาวุธชีอะฮ์ Kataib Hezbollah ในอิรักและแนวร่วมจะตอบโต้สหรัฐฯ ที่โจมตีสังหารแกนนำกลุ่มเมื่อ 7 ก.พ.67

เว็บไซต์  The Washington Post รายงานเมื่อ 7 ก.พ.67 อ้างกลุ่ม Kataib Hezbollah (KH) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธพลเรือนชีอะฮ์ในอิรักที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน เผยแพร่แถลงการณ์ไว้อาลัยนาย Wissam Muhammad Sabir Al-Saadi หรือ Abu Baqir Al-Saadi สมาชิกระดับแกนนำและผู้บัญชาการกองกำลัง KH ประจำซีเรีย ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่ชานกรุงแบกแดด อิรัก เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน โดยกลุ่มฯ ยืนยันจะตอบโต้สหรัฐฯ และย้ำให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงในอิรัก ขณะที่กลุ่ม Harakat Hezbollah al-Nujaba (HHN) ในอิรัก และกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) ของปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ และยืนยันจะร่วมตอบโต้สหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิรักมีจุดยืนที่มั่นคงและเข้มงวดต่อสหรัฐฯ ด้าน พล.ต. Tahseen Al Khafaji โฆษกกองบัญชาการปฏิบัติการร่วมในอิรัก ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ…

เกาหลีใต้เสียใจที่ ออท.รัสเซีย/กรุงโซลให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวโทษเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ในประเด็นเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 8 ก.พ.67 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)เกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เสียใจอย่างยิ่งต่อบทสัมภาษณ์ของนาย Alexander Matsegora เอกอัครราชทูตรัสเซีย/กรุงโซล ที่เผยแพร่โดย สำนักข่าว TASS ของรัสเซียเมื่อ 7 ก.พ.67 โดยบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมีเนื้อหากล่าวโทษความเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ทำให้เกาหลีเหนือจำเป็นต้องตอบโต้และพัฒนานิวเคลียร์ อีกทั้งนาย Matsegora ยังเห็นด้วยหากเกาหลีเหนือจะรื้อฟื้นการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อพิจารณาว่า สหรัฐฯ ดำเนินกิจกรรมยั่วยุบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ โฆษก กต.เกาหลีใต้ย้ำว่า ความเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงตามมาตรการปกป้องพลเรือน และจะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นมากขึ้น หากรัสเซียกับเกาหลีเหนือยังคงดำเนินการที่เป็นภัยคุกคามทางทหาร

สหรัฐฯ โจมตีเรือผิวน้ำไร้คนขับและระบบขีปนาวุธของกบฏ Houthi ในเยเมน

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 9 ก.พ.67 อ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยแพร่แถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ว่า สหรัฐฯ โจมตีเรือผิวน้ำไร้คนขับ (USV) จำนวน 4 ลำ และระบบยิงอาวุธปล่อยต่อต้านเรือจำนวน 7 ลูก ในพื้นที่ควบคุมของกบฏ Houthi ในเยเมน เมื่อ 8 ก.พ.67 ระหว่างเวลา 05.00-21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับกองทัพเรือสหรัฐฯ และเรือพาณิชย์ เนื่องจากเชื่อว่ากบฏ Houthi เตรียมใช้ USV และอาวุธปล่อยดังกล่าวโจมตีเรือในทะเลแดง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Saba News ของกบฏ Houthi รายงานเมื่อ 7 ก.พ.67 อ้างว่า สหรัฐฯ ร่วมกับสหราชอาณาจักร โจมตีเป้าหมายในพื้นที่ Ras Isa จ. Hodeida ชายฝั่งตะวันตก ติดทะเลแดงของเยเมนซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมของกบฏ Houthi…

บริษัท TEPCO ของญี่ปุ่นตรวจพบน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1

สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 9 ก.พ.67 ว่า นายทามินามิ ทัตสึยะ หัวหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO) เข้าพบเจ้าหน้าที่ จ.ฟูกูชิมะ เมื่อ 8 ก.พ.67 เพื่อทำความเข้าใจและขออภัยกรณีบริษัทตรวจพบว่า มีน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีปริมาตร 5.5 ตัน จากระบบบำบัดน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีของ FDNPS รั่วไหลลงสู่พื้นดิน เมื่อ 7 ก.พ.67 โดยมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนทั้งสิ้น 22,000 ล้านเบคเคอเรล (Becquerel-Bq) อย่างไรก็ดีบริษัทยืนยันว่ายังไม่มีบุคคลภายนอกได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว

ศาลมาเลเซียอนุญาตให้อดีต นรม.ตัน ศรี มูห์ยิดดิน ยัสซิน เดินทางมาไทยเป็นการชั่วคราว

                สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 8 ก.พ.67 ว่า ศาลมาเลเซียอนุมัติคำร้องขอหนังสือเดินทางคืนเป็นการชั่วคราวของตัน ศรี มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตนายกรัฐมนตรี(นรม.) และประธานกลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง (Perikan Nasional-PN/กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน) ซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศและยึดหนังสือเดินทางไว้ระหว่างการพิจารณาคดีรับสินบน และฟอกเงิน ขณะดำรงตำแหน่ง นรม.ห้วงปี 2563-2564  อดีต นรม. ให้เหตุผลในการขอหนังสือเดินทางคืนว่าต้องการเดินทางไปร่วมงานเปิดร้านอาหารของเพื่อนชาวมาเลเซีย (ไม่ระบุชื่อร้าน) ที่ กทม.ใน 15 ก.พ.67 และพบกับนักธุรกิจชาวมาเลเซียในไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  โดยศาลกำหนดให้อดีต นรม.ต้องส่งคืนหนังสือเดินทางใน 23 ก.พ.67 ทั้งนี้ ศาลเคยอนุมัติให้ ตัน ศรี มูห์ยิดดิน เดินทางออกนอกประเทศชั่วคราว เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวที่สหราชอาณาจักร และตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ เมื่อ พ.ย.66