จีนเผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยกรอบกฎหมายและมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย

  สำนักงานข่าวสารแห่งรัฐของจีนเผยแพร่สมุดปกขาวว่าด้วยกรอบกฎหมายและมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายเมื่อ 23 ม.ค.67 ประกอบด้วยสาระสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ 1) การปรับปรุงกรอบกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย 2) บทบัญญัติว่าด้วยการตัดสินและลงโทษการก่อการร้าย 3) การสร้างมาตรฐานในการใช้อำนาจเพื่อปราบปรามการก่อการร้าย 4) การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในแนวปฏิบัติเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และ 5) การคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เอกสารดังกล่าวระบุด้วยว่า จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อต้านการก่อการร้ายโดยยึดหลักกฎหมาย ทั้งยังสั่งสมประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ การศึกษาสนธิสัญญาและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายอาญา และว่าจีนยินดีร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้ประเด็นการต่อต้านการก่อการร้ายเป็นส่วนหนึ่งในธรรมาภิบาลโลก

กบฏ Houthi สั่งให้เจ้าหน้าที่ UN ชาวอเมริกันและสหราชอาณาจักรออกจากเยเมน

    สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 23 ม.ค.66 ว่า กบฏ Houthi ยื่นจดหมายถึงผู้ประสานงานของสหประชาชาติ (United Nations -UN) ประจำเยเมน สั่งให้เจ้าหน้าที่ UN สัญชาติอเมริกันและสหราชอาณาจักรที่ปฏิบัติภารกิจในเยเมน เดินทางออกจากเยเมน ภายใน 30 วัน โดยต้องพร้อมเดินทางออกจากเยเมนในทันทีหากสิ้นสุดกำหนดเวลาดังกล่าว ซึ่งกบฏ Houthi จะแจ้งเวลาสิ้นสุดเส้นตายล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ทางจดหมาย ขณะที่ UN และพันธมิตรทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการจัดตั้งสำนักงานผู้ประสานงานประจำถิ่นของ UN (UN Resident Coordinator Office) ในเยเมน และมีนาย Peter Hawkins ชาวสหราชอาณาจักร ดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของ UN ในเยเมน

สหรัฐฯ และพันธมิตรโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่ม Houthi ในเยเมนรอบใหม่

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 22 ม.ค.67 ว่า กองทัพสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย บาห์เรน แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ ได้โจมตีที่มั่นของกลุ่ม Houthi 8 แห่งในเยเมน เพื่อขัดขวางและลดขีดความสามารถของกลุ่ม Houthi ในการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก การโจมตีรอบนี้สหรัฐฯ มุ่งเป้าหมายที่คลังอาวุธใต้ดินของกลุ่ม Houthi รวมทั้งระบบตรวจจับทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธ กับทั้งย้ำว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรยังคงจุดยืนที่ต้องการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูเสถียรภาพในทะเลแดง โดยเตือนผู้นำกลุ่ม Houthi ว่า จะไม่ลังเลที่จะปกป้องชีวิตและเสรีภาพในเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญของโลกจากภัยคุกคามที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กลุ่ม Houthi โจมตีเรือพาณิชย์ของประเทศต่าง ๆ มากกว่า 30 ครั้งตั้งแต่กลาง พ.ย.66

ศาลทหารเมียนมาตัดสินประหารชีวิตนายทหารระดับนายพลที่ยอมแพ้สงครามในรัฐฉานตอนเหนือ

  วารสาร The Diplomats รายงานเมื่อ 23 ม.ค.67 ว่า ศาลทหารเมียนมาตัดสินเมื่อ 20 ม.ค.67 ให้ประหารชีวิตนายทหารระดับพลจัตวาที่แพ้สงครามในรัฐฉานตอนเหนือ จำนวน 3 นาย และให้จำคุกตลอดชีวิต จำนวน 3 นาย รวมเป็น 6 นาย ซึ่งทราบชื่อ 2 นาย ได้แก่ พล.จ.โมจ่อทู (Moe Kyaw Thu) ผบ.บก.เลาไกง์ และ พล.จ.ทุนทุนมยิน (Tun Tun Myint) ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลเลาไกง์ ในฐานความผิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาขอยอมแพ้กับกลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (The Myanmar National Democratic Alliance Army -MNDAA) เมื่อ 5 ม.ค.67 และถอนกำลังทหาร 2,400 นาย ออกจากเมืองเลาไกง์ในเขตปกครองตนเองโกกั้ง พร้อมวางอาวุธ ซึ่งทหารทั้ง 6…

The Intelligence Update 24/01/2024 : ตุรกีไฟเขียวให้สวีเดนเข้าเป็นสมาชิกเนโต?

พบกับรายการ The Intelligence Update อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ตุรกีไฟเขียวให้สวีเดนเข้าเป็นสมาชิกเนโต?”

รมว.กต.รัสเซียพบหารือนอกรอบการประชุม UNSC กับ รมว.กต.หลายประเทศ

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 23 ม.ค.67 ว่า นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ(รมว.กต.)รัสเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศที่จัดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ที่สหรัฐฯ ระหว่าง 22-24 ม.ค.67 พบหารือนอกรอบการประชุมฯ กับรมว.กต.หลายประเทศ อาทิ รมว.กต.อิหร่าน รมว.กต.เลบานอน รมว.กต.ตุรกี และรมว.กต.อินโดนีเซีย ทั้งนี้ในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคทั้งในตะวันออกกลาง ทรานส์คอเคเซีย ทะเลแดงนั้น รมว.กต.รัสเซียเห็นว่าแต่ละฝ่ายจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา รัสเซียสนับสนุนแนวทางการหยุดยิงในฉนวนกาซาอย่างทันที และการจัดสรรความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่พลเรือน รวมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดงที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และประเทศที่เข้าร่วมกับเยเมน

สื่อสหรัฐฯ อ้างว่ากองทัพอิสราเอลยังไม่สามารถกำจัดกลุ่มฮะมาสได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ

สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 21 ม.ค.67 อ้างรายงานข่าวกรองทางทหารของสหรัฐฯ ประเมินว่า การสู้รบอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสจะยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน เนื่องจากกองทัพอิสราเอลยังไม่สามารถกำจัดกลุ่มฮะมาสได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ โดยสามารถสังหารนักรบของกลุ่มฮะมาสได้เพียงร้อยละ 20-30 หรือ 6,000-9,000 นาย จากกองกำลังทั้งหมด 25,000-30,000 นาย และได้รับบาดเจ็บ 10,500-11,700 นาย ซึ่งถือเป็นการสู้รบที่ไม่มีประสิทธิภาพตามหลักนิยมทางทหารของสหรัฐฯ ขณะที่เห็นว่ากลุ่มฮะมาสก็ยังมีขีดความสามารถเพียงพอในการโจมตีตอบโต้อิสราเอล แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการสูญเสียเครือข่ายบางส่วน โดยกลุ่มฮะมาสใช้การโจมตีแบบสงครามในเมือง (Urban Warfare) พร้อมทั้งปรับยุทธวิธีสู้รบเป็นการปฏิบัติการกลุ่มย่อยซ่อนตัวซุ่มโจมตีกองทัพอิสราเอล อีกทั้งยังพยายามรื้อฟื้นการจัดตั้งกองกำลังตำรวจ และหน่วยลาดตระเวนในฉนวนกาซาตอนเหนือ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและอำนาจในการครอบครองพื้นที่

UWSA ปฏิเสธข่าวลือกรณีการวางแผนโจมตี บก.ภาคสามเหลี่ยมในรัฐฉานของเมียนมา

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 18 ม.ค.67 ว่า กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army – UWSA) ซึ่งเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่มีขีดความสามารถทางทหารสูงที่สุดในรัฐฉาน ปฏิเสธข่าวลือกรณีการวางแผนโจมตี บก.ภาคสามเหลี่ยม ของกองทัพเมียนมา ที่ตั้งอยู่ใน จ.เชียงตุง รัฐฉาน หลังจากบุกยึดครองพื้นที่ จ.โฮปัง และ จ.ปานโหลง เมื่อต้น ม.ค.67 โดยนาย Nyi Rang เจ้าหน้าที่ประสานงานของ UWSA ยืนยันตามแถลงการณ์ของกลุ่ม เมื่อ 17 ม.ค.67 ว่า UWSA จะยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมา และมีความเป็นกลางโดยไม่เข้าไปแทรกแซงการสู้รบในรัฐฉาน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.อิสราเอล

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯแถลงเมื่อ 19 ม.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน เกี่ยวกับความพยายามช่วยเหลือตัวประกันที่ยังถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัว รวมทั้งสถานการณ์ในฉนวนกาซาและปรับเป้าหมายปฏิบัติการเพื่อให้การส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสะดวกยิ่งขึ้น โดยยังคงการกดดันทางทหารต่อกลุ่มฮะมาสและแกนนำเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อพลเรือน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับแนวทาง 2 รัฐที่อิสราเอลยังคงมีหลักประกันด้านความมั่นคง

บริษัทด้านโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของฝรั่งเศสมีแผนลงทุนในกัมพูชา

  หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 19 ม.ค.67 ถึงการหารือระหว่างนายซุน จันทล รองนายกรัฐมนตรีและรองประธานสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา กับนาย Rodolphe SAADE ประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท CMA CGM Group ซึ่งทำธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของฝรั่งเศส ที่ปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 18 ม.ค.67 โดย CMA CGM Group สนใจขยายการลงทุนในกัมพูชา ซึ่งนายซุน จันทล ย้ำคำมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการจัดหาสภาพแวดล้อมและสิ่งจำเป็นที่เอื้อต่อการลงทุน นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายซุน จันทล ยังหารือกับนาง Sophie Viger กรรมการผู้จัดการสถาบันด้านเทคโนโลยี Ecole 42 ของฝรั่งเศส โดย Ecole 42 เสนอการจัดฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้แก่นักเรียนกัมพูชาในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งในรูปแบบทฤษฎีและการจัดทำโครงงาน