สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุตรสาวของผู้นำรัสเซียและธนาคารขนาดใหญ่ของรัสเซีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนาย Brian Deese ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบุตรสาวของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้แก่ นาง Mariya Putina และนาง Katerina Tikhonova รวมถึงภรรยาและบุตรสาวของนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนสมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียหลายตำแหน่ง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะลงนามในคำสั่งผู้บริหารห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันและบริษัทของสหรัฐฯ ลงทุนเพิ่มเติมในรัสเซีย และคว่ำบาตรรัฐวิสาหกิจสำคัญของรัสเซีย ได้แก่ United Aircraft Corporation และ United Shipbuilding Corporation รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมทั้งหมดระหว่างสหรัฐฯ กับธนาคาร Sberbank และ Alfa Bank ของรัสเซีย ทั้งนี้ การคว่ำบาตรครั้งนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีไบเดนประณามประธานาธิบดีปูตินว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน

ญี่ปุ่นประณามรัสเซียกรณีก่ออาชญากรรมสงครามในวิกฤตยูเครน

สำนักข่าว Japan Times และสำนักข่าว NHK รายงานเมื่อ 6 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายฮิโรกาสึ มาสึโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นประณามว่ารัสเซียเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนในยูเครนเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสังหารหมู่เมืองบูชา กรุงเคียฟ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม (War crime) ที่ไม่สามารถยอมรับได้และรัสเซียควรได้รับการลงโทษจากประชาคมโลก นอกจากนี้ ยังระบุว่า ญี่ปุ่นจะติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในยูเครนและประสานความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะพยายามผลักดันการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ให้สำเร็จ

ศรีลังกา จาก “ดาวรุ่ง” กลายเป็น “ดาวร่วง”

ในขณะที่สื่อต่างประเทศทั่วโลกกำลังจดจ่ออยู่กับวิกฤตในยูเครนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวของประเทศแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียใต้ อย่างศรีลังกากำลังได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการออกมาประท้วงตามท้องถนนของประชาชนภายในประเทศที่วันนี้กำลังลุกลามบานปลาย จนรัฐบาลต้องส่งกำลังทหารออกมาควบคุมฝูงชน   คำถามที่เกิดขึ้นคือ อะไรทำให้ประชาชนศรีลังกาพากันออกมาประท้วงรัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดเดียวกันนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างถล่มทลายจากประชาชนในการเลือกตั้งก่อนหน้านี้   สถานการณ์ที่กลับหัวกลับหางเช่นนี้ของศรีลังกานั้นเป็นผลสำคัญมาจากปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศที่นับตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 เป็นต้นมา ราคาอาหารและสิ่งของจำเป็นก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบ   ยิ่งไปกว่านั้นการพึ่งพิงการนำเข้าสินค้าจำเป็นหลายชนิดจากภายนอกทั้งอาหาร พลังงาน และยา ส่งผลให้ค่าเงินของศรีลังกาตกลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เมื่อทั้งสองปัจจัยผนวกกันวิกฤตการณ์ในศรีลังกาจึงรุนแรงมากยิ่งขึ้น และนำมาสู่การประท้วงของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ถึงขนาดที่ว่าการสอบของนักเรียนต้องยกเลิกเนื่องจากขาดแคลนกระดาษ   น่าสนใจว่าประเทศแห่งนี้ที่กำลังเผชิญวิกฤตอยู่ในตอนนี้นั้น นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2491 และผ่านเหตุการณ์สงครามกลางเมืองภายในประเทศมากกว่า 26 ปี หลังสิ้นสุดทุกปัญหาในปี 2549 รัฐบาลหลายชุดก็ได้ผลักดันการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง   ศรีลังกากลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเอเชียใต้ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตัวเลข GDP แต่ละปีพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตัวเลข GDP ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้นจาก 1,436 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2549 เป็น 3,819 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2557 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าของประเทศอย่างยูเครน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเสียอีก   ความสำเร็จในช่วงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาส่งผลให้ศรีลังกาสามารถผลักประชากรของตัวเองกว่า…

สหรัฐฯ กล่าวโทษผู้นำรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงคราม

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประณามประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินว่าก่ออาชญากรรมสงคราม เฉพาะอย่างยิ่ง จากการปฏิบัติการทางทหารในเมือง Bucha ยูเครน ขณะเดียวกัน ก็ย้ำว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยร่วมมือกับยูเครนและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ตลอดจนจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียต่อไป พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เรียกร้องให้สมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลดรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เนื่องจากปฏิบัติการด้านการทหารต่อพลเรือนในยูเครน ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวจะมีผลเมื่อสมาชิกองค์การสหประชาชาติจำนวน 2 ใน 3 ลงมติสนับสนุน ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ

รัสเซียออกกฎหมายตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยการจำกัดการอนุมัติตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามกฤษฎีกาที่ 183 เมื่อ 4 เม.ย.65 ประกาศมาตรการตอบโต้ต่อประเทศที่ไม่เป็นมิตรด้วยเงื่อนไขการอนุมัติตรวจลงตรา โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที ระงับข้อตกลงว่าด้วยการตรวจลงตราหนังสือเดินทางต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่ลงนามเมื่อ 25 พ.ค.49 และรัสเซีย-นอร์เวย์ที่ลงนามเมื่อ 8 มิ.ย.50 รวมถึงนอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียยกเลิกการพิจารณาเอกสารบางรายงานที่อยู่ระหว่างขออนุมัติตรวจลงตรา อาทิ ผู้แทนทางการรวมถึงนักข่าวระยะ 1 ปี และตรวจลงตราระยะ 5 ปี ของเจ้าหน้าที่ผู้แทนต่างชาติของรัฐบาล รัฐสภาและศาล รวมถึงยกเลิกการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้แทนทางการของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลต่างชาติ แม้จะถือหนังสือเดินทางทางการทูต

เยอรมนีและฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียหลังเหตุโจมตีพลเรือนในยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แถลงเมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า จะเนรเทศผู้แทนทางการทูตรัสเซีย หลังมีรายงานเหตุการณ์กองกำลังรัสเซียโจมตีพลเรือนเสียชีวิตในเมือง Bucha ของยูเครน โดยนาง Annalena Baerbock รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยอรมนีอ้างถึงการกระทำของรัสเซียที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรมในเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นเหตุผลโดยตรงที่เยอรมนีตัดสินใจจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียจำนวน 40 คน ด้วยสถานะบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า ฝรั่งเศสจะเนรเทศนักการทูตรัสเซียที่ดำเนินกิจกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ความมั่นคงของฝรั่งเศสจำนวน 35 คน แม้ว่าในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์ที่เมือง Bucha โดยตรง ทั้งนี้ มีประเทศในยุโรปที่เนรเทศนักการทูตรัสเซียไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ โปแลนด์ สโลวะเกีย เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ บัลแกเรีย นอร์ทมาซิโดเนีย เอสโตเนีย ลัตเวีย) เช็ก และมอนเตเนโกร

รัสเซียผลักดันการประชุม UNSC กรณีการสังหารหมู่เมือง Bucha ยูเครน

สำนักข่าว Interfax ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างถ้อยแถลงของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งระบุว่า รัสเซียจะผลักดันให้เกิดการประชุมหารืออย่างจริงจังในกรอบการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กรณีการสังหารหมู่ที่เมือง Bucha ภูมิภาคเคียฟ ของยูเครน แม้รัสเซียเผชิญการกีดกัน โดยนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุในวันเดียวกันว่า รัสเซียจะใช้ทรัพยากรที่มีตีแผ่หลักฐานที่ประเทศตะวันตกพยายามยัดเยียดให้เป็นความผิดรัสเซีย ภายหลังรัสเซียพยายามใช้กลไกล UNSC โดยยื่นคำขอแต่ถูกสหราชอาณาจักรซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ใน เม.ย.65 ปฏิเสธติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยให้เหตุผลว่า UNSC มีแผนจะจัดการประชุมประเด็นยูเครนในวันพุธที่ 5 เม.ย.65 ทั้งนี้ รัสเซียจะขอให้ UNSC พิจารณาว่าการกระทำของยูเครนครั้งนี้เป็นการยั่วยุโดยกองทัพยูเครนและกลุ่มหัวรุนแรง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียจะพบหารือผู้แทนสันนิบาตอาหรับเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Hossam Zaki ผู้ช่วยเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ (Arab League-AL) ระหว่างเยือนรัสเซีย เมื่อ 4 เม.ย.65 ว่า รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมกับคณะผู้แทน AL ประกอบด้วย นาย Ahmed Aboul Gheit เลขาธิการ AL พร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแอลจีเรีย อียิปต์ จอร์แดน อิรัก และซูดาน เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน โดย AL พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ฝ่ายรัสเซียและยูเครนในการบรรลุข้อตกลงทางการเมืองเพื่อยุติสถานการณ์ความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ริเริ่มจัดประชุมผู้แทนถาวร AL เมื่อ 27 ก.พ.65 เพื่อกำหนดท่าทีต่อสถานการณ์ในยูเครน โดยวางตัวเป็นกลาง เนื่องจาก AL มีความสัมพันธ์อันดีทั้งกับรัสเซียและยูเครน แต่กังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกและความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจาก AL นำเข้าธัญพืชจากรัสเซียและยูเครน ขณะที่ราคาธัญพืชทั่วโลกปรับสูงขึ้นร้อยละ 22-37 ตั้งแต่ต้น ก.พ.65

สหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีโจมตีพลเรือนในยูเครน

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานเมื่อ 4 เม.ย.65 อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หลังจากปรากฏหลักฐานว่า รัสเซียโจมตีและสังหารหมู่พลเรือนในเมือง Bucha ใกล้กรุงเคียฟ ยูเครน พร้อมกับที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) สอบสวนกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมาตรการดังกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ หารือกับพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการลงโทษรัสเซียอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนการสอบสวนว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม ทั้งนี้ สหรัฐฯ อาจขยายการกดดันรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรแบบทุติยภูมิ (secondary sanction) หรือการห้ามประเทศอื่น ๆ รวมทั้งบริษัทต่างชาติดำเนินธุรกรรมกับรัสเซีย และการคว่ำบาตรอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรัสเซีย ได้แก่ เหมืองแร่ และการคมนาคม

ยุโรปยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโร

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า ประเทศยุโรปที่นำเข้าพลังงานจากรัสเซียและอยู่ในรายชื่อประเทศไม่เป็นมิตรของรัสเซีย อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ยืนยันจะชำระเงินค่าพลังงานเป็นสกุลเงินยูโรตามที่ระบุในสัญญา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัสเซียเคารพสัญญาซื้อขายพลังงาน และประณามท่าทีของรัสเซียที่บังคับให้ชำระเป็นสกุลเงินรูเบิลว่าเป็นการแบล็กเมล์ทางการเมืองและพยายามสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจกลับไปยังยุโรป ทั้งนี้ ประเทศยุโรปเตรียมการรับมือภาวะขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้น แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มการส่งออกก๊าซธรรมชาติมายังยุโรป แต่คาดว่ายังไม่สามารถทดแทนปริมาณที่สูญเสียไปหากรัสเซียยุติการส่งก๊าซธรรมชาติ ด้านเยอรมนีขอความร่วมมือประชาชนประหยัดพลังงาน เนื่องจากกังวลว่ารัสเซียอาจยุติการส่งออกพลังงาน