กัมพูชา

ระบุเมื่อ 27 มี.ค.65 อยู่ระหว่างเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น ให้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในชุมชน และในห้วงเทศกาลปีใหม่เขมร (ตรงกับเทศกาลสงกรานต์)

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 27 มี.ค.65 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 โดยคาดว่าจะพิจารณาเสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์

โอมาน

ระบุเมื่อ 26 มี.ค.65 เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) เกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืนหลังวิกฤต COVID-19 ระหว่าง 26-27 มี.ค.65

จีน

แถลงเมื่อ 26 มี.ค.65 ทางการนครเซี่ยงไฮ้จะไม่บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่จะพิจารณาบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นรายพื้นที่ และเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุก

อินเดีย

ระบุเมื่อ 26 มี.ค.65 ลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมในเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 กับมัลดีฟส์

องค์การอนามัยโลก (WHO)

ระบุเมื่อ 25 มี.ค.65 ไม่อนุมัติใช้วัคซีน Medicago ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ที่แคนาดาวิจัยและพัฒนาขึ้นเองเป็นกรณีฉุกเฉิน ทำให้แคนาดายังไม่สามารถส่งวัคซีนดังกล่าวให้โครงการ COVAX ของ WHO และพันธมิตร

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 25 มี.ค.65 จะมอบเงินช่วยเหลือ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 50.4 ล้านบาท) ให้ประเทศในแคริบเบียน อาทิ กรีเนดา ซูรินาม เซนต์คิตส์และเนวิส เซนต์ลูเชีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ดอมินีกา ตรินิแดดและโตเบโก และบาฮามาส เพื่อสนับสนุนการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ครอบคลุม

ลาว

ระบุเมื่อ 24 มี.ค.65 เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 4 ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ได้แก่ จนท.ด่านหน้า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว

European Medicines Agency (EMA)

ระบุเมื่อ 24 มี.ค.65 อนุมัติใช้ยา Evusheld ของบริษัท AstraZeneca ซึ่งเป็นยาสำหรับป้องกันโรค COVID-19 โดยแนะนำให้ใช้เฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยติดเชื้อ รวมทั้งกลุ่มที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

NATO จะเสริมกำลังทหารในพื้นที่ยุโรปตะวันออก

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า NATO เตรียมเสริมกำลังทางทหารเพิ่มเติมในประเทศยุโรปตะวันออก เช่น ฮังการี สโลวะเกีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย และจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธรังสี และอาวุธนิวเคลียร์จากรัสเซีย โดยปัจจุบัน NATO มีกองกำลังประจำการในพื้นที่ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทะเลบอลติกจนถึงทะเลดำ ประกอบด้วยทหารบก 140,000 นาย เรือรบ 140 ลำ และเครื่องบินรบ 130 ลำ พร้อมทั้งเตือนว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจะเผชิญผลลัพธ์ตอบโต้รุนแรง แต่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ NATO จะส่งทหารเข้าพื้นที่ยูเครน หากรัสเซียโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์