นาย Chris Wray ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ประกาศเมื่อ 11 ธ.ค.67 ว่าจะลาออกจากตำแหน่ง หลังจากสิ้นสุดรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนในปี 2568 เพื่อเปิดทางให้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อและแต่งตั้งนาย Kash Patel เป็น ผอ.FBI แทน การตัดสินใจลาออกก็เพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านการบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ราบรื่น และช่วยให้ FBI ไม่ตกเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง ทั้งนี้ นาย Wray ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2560 (ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรก) ให้รับตำแหน่งแทนนาย James Comey อดีต ผอ.FBI ที่สืบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 และมีวาระการดำรงตำแหน่ง 10 ปี
การออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ทำให้สื่อวิจารณ์ว่า นาย Wray ไม่ต้องการร่วมงานกับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากเคยขัดแย้งกันกรณี FBI ตรวจค้นที่พักส่วนตัว Mar-a-Lago ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อค้นหาเอกสารลับ รวมทั้งเดินหน้าสืบสวนกรณีบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 6 ม.ค.64 ด้วย นอกจากนี้ สื่อบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า นาย Wray ชิงประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนที่จะถูกไล่ออกด้วย
ด้านว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ยินดีที่นาย Wray จะออกจากตำแหน่ง และจะเป็นโอกาสให้รัฐบาลชุดใหม่ได้ฟื้นฟูความยุติธรรมในประเทศ ขณะที่นาย Patel ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ผอ.FBI คนใหม่ และยังต้องรอได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ แถลงว่าต้องการให้กระบวนการสืบทอดตำแหน่งราบรื่น และพร้อมจะทำงานเพื่อชาวอเมริกันทันที
ไม่เพียงงานด้านข่าวกรองเท่านั้นที่ต้องปรับตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับนายทรัมป์เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ภาคธุรกิจในสหรัฐฯ เร่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ด้วยเช่นกัน เช่น บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยีที่มีความหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ ออกนโยบายที่สนับสนุนธุรกิจ ล่าสุด เมื่อ 12 ธ.ค.67 บริษัท Meta ยืนยันว่าได้บริจาคให้กองทุน inaugural fund ของนายทรัมป์ มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้มีการจับตามองว่าบริษัท Meta ต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจ เนื่องจากเคยระงับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก เมื่อ 4 ปีก่อนของนายทรัมป์ และเมื่อ มี.ค.67 ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าเฟซบุ๊กเป็นศัตรูของประชาชน ทำให้หุ้นเฟซบุ๊กตกลงมากกว่าร้อยละ 4 นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารจากบริษัทอื่น ๆ ที่ทยอยเดินทางเข้าพบกับว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ เช่น บริษัท Apple, Google, และ Amazon