ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เสนอแนวทางสร้างเงินทุนสำรองของประเทศ ด้วยการสนับสนุนสกุลเงินคริปโต หรือ cryptocurrency เพื่อให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางสกุลเงินดิจิทัลของโลก หรือ “the Crypto Capital of the World” โดยเมื่อ 2 มี.ค.68 ประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อประกาศให้ 5 สกุลเงินคริปโต ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, XRP, Solana และ Cardano เป็นกองทุนในคลังสำรองเงินดิจิทัลเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Crypto Strategic Reserve) ท่าทีดังกล่าวทำให้ค่าเงินดิจิทัลปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยราคา XRP เพิ่มขึ้น 33% Solana เพิ่มขึ้น 25% และ Cardano เพิ่มขึ้น 60% ส่วน Bitcoin เพิ่มขึ้น 11% นอกจากนี้ ตลาดสกุลเงินดิจิทัลโดยรวมพุ่งขึ้นประมาณ 10% หรือมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับนโยบายนี้เป็นการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกับสมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ที่ควบคุมการใช้เงินดิจิทัลเพราะกังวลว่าจะเป็นโอกาสการฟอกเงิน ตลอดจนเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีของตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองที่เคยวิจารณ์สกุลเงินดิจิทัลเชิงลบเมื่อปี 2564 ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังมีเป้าหมายจะจัดการประชุม Crypto Summit ครั้งแรกที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 7 มี.ค.68 ด้วย
สื่อสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนเงินดิจิทัลเพราะตัวประธานาธิบดีทรัมป์และสตรีหมายเลข 1 หรือนางเมลาเนีย ทรัมป์เมื่อ 20 ม.ค.68 ได้ตั้งสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาเอง ชื่อ $Trump และ $Melania และก่อนหน้านี้ในช่วงการหาเสียง เขายอมรับเงินบริจาคในรูปแบบสกุลเนดิจิทัลด้วย โดยครอบครัวของผู้นำสหรัฐฯ ตั้งบริษัท World Liberty Financial เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล เพื่อปฏิวัติการเงิน การคลังและขายสกุลเงินดิจิทัล
คาดว่าผู้นำสหรัฐฯ จะผลักดันกฎหมายสนับสนุนการใช้สกุลเงินดิจิทัลต่อไป เพื่อให้เงินดิจิทัลมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยจะใช้กลไกคณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีนักการเงินและนักการเมืองจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกองทุนสำรองเงินดิจิทัล เนื่องจากอาจเป็นการบ่อนทำลายสถานะของเงินดอลลาร์สหรัฐ และนโยบายกองทุนสำรองเงินดิจิทัลอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ทำให้ไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่าสกุลเงินดิจิทัลในกองทุนสำรองควรมีเพียง Bitcoin และบางส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin เพราะจะกลายเป็นการเอื้อให้สหรัฐฯ ควบคุม Bitcoin ทั้งที่ควรเป็นสินทรัพย์ที่กระจายอำนาจมากกว่า