![]()

สหรัฐฯ จับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา และพาไปยังสหรัฐฯ แล้ว หลังจากเมื่อ 3 มกราคม 2569 สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายพลเรือนและทหารในกรุงการากัส ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองอื่น ๆ โดยมีระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งระดมกำลัง เพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ลงใน Truth Social เมื่อ 3 มกราคม 2569 ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีต่อเวเนซุเอลา ซึ่งได้มีการคุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา พร้อมกับโพสต์รูปประธานาธิบดีมาดูโร ขึ้นจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Iwo Jima ซึ่งต่อมาสื่อรายงานภาพประธานาธิบดีมาดูโรกำลังอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดของสหรัฐฯ และจะถูกนำไปขึ้นศาลของสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคดีอย่างเร็วที่สุด ใน 5 มกราคม 2569
ในการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ Mar-a-Lago resort รัฐฟลอริดา พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม เมื่อ 3 มกราคม 2569 (เวลาในสหรัฐฯ) พร้อมได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางการเมืองของเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น และตั้งรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เป็นรักษาการ พร้อมกับจะโจมตีเวเนซุเอลาอีก หากจำเป็น เพื่อเป้าหมายที่ดีในเวเนซุเอลา นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะดูแลบริษัทน้ำมันของเวเนซุเอลา และพร้อมจะเข้าไปลงทุน สำหรับข้อหาประธานาธิบดีมาดูโรนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าลักลอบค้ายาเสพติด และก่ออาชญากรรมในสหรัฐฯ
สื่อสหรัฐฯ รายงานแผนการโจมตีเวเนซุเอลาว่า สหรัฐฯ ได้วางแผนมาหลายเดือน และประธานาธิบดีทรัมป์เลือกดำเนินการในช่วงใกล้ครบรอบ 1 ปี ในการขึ้นบริหารประเทศ ส่วนการปฏิบัติการทางทหารนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้ดำเนินการเมื่อ 22.46 น. ของ 2 มกราคม 2569 และหน่วยชิงตัวประธานาธิบดีมาดูโร ถึงที่พักของประธานาธิบดีมาดูโร เมื่อ 1.01 น. ซึ่งสามารถนำตัวประธานาธิบดีมาดูโรขึ้นเรือบรรทุกเครื่องบินได้เมื่อ 3.29 น. ของ 3 มกราคม 2569 ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ติดตามการปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งก็ได้เห็นภาพประธานาธิบดีมาดูโรพยายามหลบหนีไปยังสถานที่ปลอดภัย แต่ก็ไม่รอดพ้นการจับกุม
จีน อิหร่าน และรัสเซียประณามการปฏิบัติการดังกล่าวของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง และเห็นว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติก็กังวล และเห็นว่าเป็นบรรทัดฐานที่อันตราย แต่สหราชอาณาจักรสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลเวเนซุเอลา แต่ก็สนับสนุนกฎหมายระหว่างประเทศ สำหรับในประเทศสหรัฐฯ นายกเทศบาลนครนิวยอร์กไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตต่างกล่าวหาว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่ได้รับการเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่เกิดการชุมนุมประท้วงของประชาชนต่อการปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา หน้าทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว







