![]()

สถานการณ์ความมั่นคงในอิหร่านน่าห่วงกังวล เนื่องจากการชุมนุมประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอิหร่าน มีความรุนแรงและเสี่ยงขยายตัวทั้งในเชิงพื้นที่ และระยะเวลาการชุมนุม โดยเมื่อ 11 มกราคม 2569 มีรายงานว่าการชุมนุมประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ ใน 185 เมืองและ 31 จังหวัด เฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเตะหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และเมืองทางทิศตะวันตกของประเทศ
การประท้วงครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่น ๆ เนื่องจากผู้ชุมนุมมีมุมมองว่าการประท้วงครั้งนี้มีประชาชนออกไปร่วมจำนวนมาก ทั้งที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและรัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการปราบปรามอย่างเด็ดขาด รวมทั้งรัฐบาลสั่งการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมและขัดขวางการประท้วง แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก หลากหลายช่วงวัย ออกไปร่วมกับผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่งเพราะไม่พอใจมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงต้องการออกไปคัดค้านรัฐบาล สะท้อนว่าชาวอิหร่านยังคงมีความหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต
ปัจจุบัน รัฐบาลอิหร่านควบคุมสถานการณ์ด้วยเครื่องมืออย่างน้อย 4 กลไก ได้แก่ 1) ใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ชุมนุมโดยตรง พร้อมกับใช้มาตรการควบคุมฝูงชนอย่างเด็ดขาด เพื่อจำกัดขอบเขตการประท้วงและป้องปรามไม่ให้ชาวอิหร่านไปเข้าร่วมการประท้วงมากขึ้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงไปมากกว่า 100 คน มีผู้ประท้วงเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่แล้วอย่างน้อย 78 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน 2) ตัดช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต สร้างความหวาดกลัวและความไม่แน่นอน 3) เร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับชาวอิหร่านว่าทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มดีขึ้น และ 4) รัฐบาลป้องปรามสหรัฐฯ และนานาชาติไม่ให้แทรกแซงสถานการณ์ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยขู่ว่าจะแทรกแซงความมั่นคงอิหร่าน หากมีการใช้มาตรการรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง
แม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะยังสามารถรับมือกับผู้ประท้วงในประเทศได้ แต่ยังมีการชุมนุมประท้วงของชาวอิหร่านในต่างประเทศที่แสดงออกว่าสนับสนุนประชาชนชาวอิหร่าน รวมทั้งประชาชนประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการสนับสนุนการต่อสู้ของชาวอิหร่านด้วย ปัจจุบันมีรายงานการชุมนุมขนาดใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี และกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ก่อนหน้านี้ ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนีและสหราชอาณาจักรเผยแพร่ถ้อยแถลงร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านปกป้องความปลอดภัยและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน







