![]()

สถานการณ์ความมั่นคงในทะเลจีนใต้ยังคงเป็นประเด็นเสี่ยงเกิดความขัดแย้งทางการทูตและการทหารระหว่างประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาท เฉพาะอย่างยิ่งจีนกับฟิลิปปินส์ โดยเมื่อ 13-15 มกราคม 2569 รัฐบาลจีนเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีน/มะนิลา คัดค้านกรณีสภาทางทะเลแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (National Maritime Council-NMC) มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในทะเลจีนใต้ พร้อมอ้างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลหรือ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานว่าจีนละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์ในทะเลตะวันตก รวมทั้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone – EEZ) ของฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์เปลี่ยนท่าทีเพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งคัดค้านถ้อยแถลงของฟิลิปปินส์ที่ย้ำว่าจีนมีปฏิบัติการลาดตระเวนทางทะเลที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย
สรุปประเด็นที่จีนคัดค้านฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยการโจมตีและวิจารณ์จีนว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการข่มขู่คุกคาม และพยายามทำให้ทั่วโลกเข้าใจเหตุการณ์ในทะเลจีนติผิดไปจากความเป็นจริง หรือที่เรียกว่า ICAD activities (illegal, coercive, aggressive and deceptive) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่จีนใช้เพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ เช่น การใช้กองเรือประมงติดอาวุธเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้ การใช้ปืนยิงเลเซอร์และปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่เพื่อขัดขวางการเดินเรือของประเทศอื่น ๆ ในพื้นที่พิพาท
อีกประเด็นที่ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก คือ กรณีที่ฟิลิปปินส์อ้างถึงเขตปฏิบัติการทางทหาร หรือ maritime zone ชองฟิลิปปินส์ ที่หน่วยความมั่นคงและทหารของฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องทรัพยากรและชาวประมง ด้านทางรัฐบาลจีนยืนยันว่าไม่มีคำนิยามหรือการกำหนดเขตปฏิบัติการทางทหารหรือ maritime zone ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้ง UNCLOS ดังนั้น ท่าทีของฟิลิปปินส์อาจสร้างความเข้าใจผิดและเป็นการแสดงถึงเจตนาที่จะใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ มากกว่าใช้เครื่องมือทางการทูตหรือการเจรจา เสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาค
สื่อมวลชนจีนรายงานว่ามุมมองของ NMC เป็นผลจากผู้เชี่ยวชาญและนักการเมืองชาวฟิลิปปินส์ที่มีอุดมการณ์ต่อต้านจีน ต้องการทำให้สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดขึ้นเพื่อบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2569 ประเด็นทะเลจีนใต้อาจมีความตึงเครียดและเข้มข้นมากขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เนื่องจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกให้ความสนใจทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่สำคัญและเชื่อมโยงกับการแข่งขันอิทธิพลกับจีน ขณะที่ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียน จึงอาจใช้โอกาสนี้หยิบยกประเด็นทะเลจีนใต้เป็นหัวข้อหารือในกรอบความมั่นคงและความร่วมมือของอาเซียน







