![]()

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประบเปลี่ยนท่าทีต่อการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยประกาศในระหว่างประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่าบรรลุข้อตกลงกับเนโตแล้วเกี่ยวกับอนาคตของเกาะกรีนแลนด์ และข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลให้สหรัฐฯ ไม่ใช้มาตรการภาษีกดดันประเทศยุโรป 8 ประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง
ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดประเด็นสหรัฐฯ ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (เนโต) ที่เจรจากับผู้นำสหรัฐฯ ตกเป็นบุคคลที่เผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปส่วนใหญ่ที่ต้องการข้อมูลเรื่องข้อตกลงที่ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึง ซึ่งเมื่อ 23 มกราคม 2569 นายมาร์ค รุตเตอร์ ระบุว่าไม่ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องอธิปไตยเหนือเดนมาร์กหรือเกาะกรีนแลนด์เลย อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศเริ่มรายงานว่านายมาร์ค รุตเตอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ จะเป็นเลขาธิการเนโตที่จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาดุลความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับสมาชิกเนโตที่เป็นประเทศในยุโรป ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายมาร์ค รุตเตอร์ คุ้นเคยกับประธานาธิบดีทรัมป์ และได้ฉายาว่าเป็น “Trump Whisperer” หรือคนรู้ใจ
ด้านนักวิเคราะห์ในต่างประเทศคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเสนอข้อตกลงกับเดนมาร์ก เพื่อบริหารจัดการเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์กร่วมกัน เช่น รัฐบาลเดนมาร์กและอนุญาตให้สหรัฐฯ ไปตั้งและขยายฐานทัพในกรีนแลนด์ เหมือนไซปรัส ที่สหรัฐฯ ไปตั้งฐานทัพได้จากการทำความตกลงกับสหราชอาณาจักร
ประเทศยุโรปยืนยันจุดยืนว่าไม่สนับสนุนให้สหรัฐฯ ใช้พลังอำนาจบีบบังคับเดนมาร์กและเกาะกรีนแลนด์ โดยมีการประชุมวาระฉุกเฉินร่วมกันเมื่อ 22 มกราคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ในระยะต่อไป เพราะเชื่อว่าผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ล้มเลิกแนวคิดที่จะเข้าไปครอบครองหรือขยายบทบาทด้านการทหารในกรีนแลนด์ รวมทั้งภูมิภาคอาร์กติก เพราะสหรัฐฯ ยังมีมุมมองว่ารัสเซียและจีนจะขยายอิทธิพลเข้าไปยังอาร์กติกอย่างต่อเนื่อง จนเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ทั้งนี้ จากการประชุมดังกล่าว สหราชอาณาจักรเสนอให้เนโตตั้งหน่วยลาดตระเวนในภูมิภาคอาร์กติก เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคาม
ความไม่ชัดเจนของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อกรณีกรีนแลนด์ รวมทั้งการใช้มาตรการภาษีไปข่มขู่ประเทศพันธมิตร ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ผู้นำสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ประเด็น คือ 1) TACO Trump หรือการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเป็นการข่มขู่ แต่ไม่ดำเนินการจริง ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ ซ้ำยังสร้างผลเสียต่อบรรยากาศความสัมพันธ์และความไว้วางใจระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตร และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจจะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ทำให้ยุโรปลดความเชื่อมั่นในนโยบายของสหรัฐฯ มีการใช้เครื่องมือทางการทหารและการค้าขึ้นมากดดันกัน และทำให้คู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งของสหรัฐฯ และยุโรป ได้แก่ จีนและรัสเซีย ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต







