![]()

ภาคเอกชนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เริ่มทยอยเข้าไปลงทุนกัมพูชาตั้งแต่ ต้นปี 2569 และมีแนวโน้มที่จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น หลังจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับไทย ผลักให้สหรัฐฯ และกัมพูชาใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมทั้งกัมพูชายังดำเนินนโยบายเชิงรุก ด้วยการจ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อให้นักธุรกิจสหรัฐฯ เพิ่มความสนใจที่จะลงทุนในกัมพูชา การเปิดรับการลงทุนจากสหรัฐฯ เพิ่มทางเลือกให้กับกัมพูชาที่สามารถกระจายเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ
บริษัทอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ และบริษัทไบโอเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่เปิดตัวการเริ่มลงทุนนกัมพูชาตั้งแต่ มกราคม 2569 โดยบริษัท Triangle Tire จะสร้างโรงงานที่จังหวัดสวายเรียง ในมีนาคม 2569 ด้วยมูลค่าการลงทุน 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การผลิตใช้เทคโนโลยีของบริษัท และคาดว่าจะรองรับการผลิตยางรถโดยสารสมรรถนะสูงได้ประมาณ 6 ล้านคันต่อปี และขายยางรถยนต์ได้ประมาณ 1 ล้านเส้นต่อปี สำหรับตลาดการส่งออก ได้แก่ ตลาดในภูมิภาคอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ บริษัทจะสร้างรายได้ประมาณ 371 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี รวมทั้งเป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ของบริษัทที่จะนำบริษัทไปสู่ตลาดโลก ทั้งนี้ บริษัท Triangle Tire มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง แฟรงกลิน รัฐเทนเนสซี
บริษัทไบโอเทคโนโลยี Charles River Laboratories (CRL) เป็นอีกบริษัทของสหรัฐฯ ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา โดยมีมูลค่าการลงทุนที่ใกล้เคียงกัน มีมูลค่าการลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ช่วยให้กัมพูชามีนวัตกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ด้านการเกษตร ด้านวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาสายพันธ์ใหม่ ๆ ในสัตว์ รวมทั้งเพิ่มทักษะให้กับแรงงานกัมพูชา และทำให้เกิดความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ นอกจากนี้ การวิจัยด้านสุขภาพ และไบโอเทคโนโลยีมากจะทำให้กัมพูชาเป็นฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานระหว่างประเทศ
โรงงานของ CRL ได้เริ่มก่อสร้างในกัมพูชาแล้ว เมื่อ 15 มกราคม 2569 ที่จังหวัดกัมปงธม ซึ่งจะทำให้ชุมชนชาวกัมพูชาเจริญตามไปด้วย เนื่องจากจังหวัดกัมปงธม เป็นศูนย์กลางการลงทุนที่น่าสนใจในตอนกลางของกัมพูชา บริษัท CRL ยังมีเป้าหมายให้บริเวณที่บริษัทเข้าไปลงทุน ก้าวขึ้นเป็นนิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชา และบริษัทยังมีเป้าหมายจะสร้างชื่อเสียงให้กัมพูชาเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย และนวัตกรรมของอุตสาหกรรมไบโอเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ระดับโลก
บริษัทเอกชนของสหรัฐฯ จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพิ่มขึ้นอีก จากการที่รัฐบาลกัมพูชาได้ลงทุนว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ของสหรัฐฯ ทำการประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนภาคเอกชนของสหรัฐฯ ให้เข้าไปลงทุนในกัมพูชา นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังทำข้อตกลงทางการค้ากับกัมพูชา เมื่อ 25 ตุลาคม 2568 โดยในข้อตกลงมีประเด็นเกี่ยวกับการลงทุนที่กัมพูชาอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปลงทุน และเข้าถึงทรัพยากรด้านแร่หายาก พลังงาน และภาคโทรคมนาคมได้ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น คือ การสำรวจ กระบวนการสกัดแร่ และส่งออก รวมทั้งธนาคารนำเข้าและส่งออกของสหรัฐฯ (Export-Import Bank of the United States -EXIM Bank) และบรรษัทความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ( U.S. International Development Finance Corporation-DFC) ของสหรัฐ จะทำงานร่วมกับกัมพูชา เพื่อสนับสนุนให้บริษัทเอกชนของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนในกัมพูชาด้วยเช่นกัน







