![]()

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์แสดงท่าทีต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยยืนยันว่า ฟิลิปปินส์จะสนับสนุนและผลักดันการจัดทำเอกสารประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันของประเทศที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาทต่อไป ปัจจุบัน เอกสาร CoC มีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 70 จากการประสานงานของมาเลเซียที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2568 และฟิลิปปินส์ที่กำลังเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 จึงจะขับเคลื่อนเป้าหมายของอาเซียนต่อไป และตั้งกำหนดการจะจัดทำเอกสาร CoC ให้สำเร็จภายในปี 2569
การจัดทำเอกสาร CoC ระหว่างอาเซียนและจีน ค่อนข้างล่าช้า แม้ว่าจะมีการเจรจาผ่านกลไกอาเซียนมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี แต่เพิ่งเริ่มการจัดทำเอกสารร่วมกันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2560 ความท้าทายสำคัญในการเจรจาเพื่อจัดทำเอกสาร CoC คือ ท่าทีของประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท เฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการใช้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2559 ที่ทำให้จีนเสียเปรียบในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ยึดมั่นในคำตัดสินดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการเจรจาและความสัมพันธ์ตึงเครียด และต่างฝ่ายต่างพยายามเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้เพื่อรักษาบทบาทต่อไป
ฟิลิปปินส์ยังคงเน้นย้ำว่า การจัดทำเอกสาร CoC ในทะเลจีนใต้ ต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UN Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) เนื่องจากเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ฟิลิปปินส์และสมาชิกอาเซียนทั้งหมดปฏิบัติตาม ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่กระบวนการผลักดันการจัดทำเอกสาร CoC จะเผชิญความท้าทายต่อไป เพราะจีนไม่ต้องการให้เอกสารดังกล่าวขัดขวางการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีน
ปัจจุบัน จีนยังคงยืนยันเสมอว่าเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและพร้อมจะร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างสันติภาพและแสวงหาประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะกับอาเซียน ทั้งนี้ มีรายงานว่าจีนเริ่มใช้การแลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าหน้าที่และการส่งเจ้าหน้าที่จีนเข้าไปพบหารือกับสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติของฟิลิปปินส์ เพื่อทำข้อต่อรองประเด็นทะเลจีนใต้ ทำให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องเผยแพร่คำเตือนว่าการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ควรดำเนินการผ่านช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมและกองทัพจีนเปิดเผยมุมมองต่อสถานการณ์ในทะเลจีนใต้เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยย้ำว่าพร้อมร่วมมือกับประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทะเลจีนใต้ แต่ไม่ต้องการให้มี “ประเทศนอกภูมิภาค” หรือประเทศที่สาม เข้าไปแทรกแซง ซึ่งน่าจะหมายถึงกรณีฟิลิปปินส์ขยายความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงกับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และแคนาดา ทำให้จีนมีมุมมองว่าฟิลิปปินส์จะขยายขอบเขตความขัดแย้ง และเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่แข่งขันอิทธิพลกับจีนในภูมิภาค เข้าไปชี้นำประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งกับจีนในประเด็นที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้







