![]()

ในที่สุด ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ ก็กลับมาใกล้ชิดกันถึงระดับที่กัมพูชาให้เรือรบของสหรัฐฯ ที่ชื่อยูเอสเอส ซินซินเนติ (USS Cincinnati) ซึ่งเป็นเรือรบชายฝั่งชั้นอินดีเพนเดนซ์ เข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เมื่อ 24 มกราคม 2569 และจะเทียบท่าอยู่เป็นเวลา 5 วัน จนถึง 28 มกราคม 2569 ฐานทัพเรือเรียมนี้ แม้กัมพูชาจะยืนยันว่าโปร่งใสที่จะให้นานาชาติเข้าเทียบท่าได้ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกัมพูชา และญี่ปุ่นเป็นต่างชาติประเทศที่ได้เทียบท่า ฐานทัพเรือนี้ใช้งบประมาณของจีนในการบูรณะ และมีรายงานว่าเรือรบของสหรัฐฯ จอดเทียบท่าใกล้กับเรือรบของจีน 2 ลำ
การปรากฏตัวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในกัมพูชาที่ฐานทัพเรือเรียมครั้งนี้ ดำเนินการต่อเนื่องจากเมื่อปี 2567 ที่เรือรบยูเอสเอส ซาวันนาห์ (USS Savannah) เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นการเข้าเทียบท่าครั้งแรกของสหรัฐฯ ในรอบ 8 ปี แต่ไม่ได้เทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม การได้เทียบท่าฐานทัพเรือเรียมของสหรัฐฯ นอกจากจะส่งสัญญานจากกัมพูชาต่อนานาชาติให้เกิดความไว้ใจว่า ไม่ได้เป็นฐานทัพเรือที่ใช้ปฏิบัติการทางทหารให้กับจีนแล้ว ยังเป็นการกระชับความร่วมมือด้านการทหารกับสหรัฐฯ ด้วย และที่น่าจับตามองคือ มีรายงานว่า พลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ก็จะมาพบหารือกับฝ่ายกัมพูชาในครั้งนี้ด้วย
สหรัฐฯ ระบุว่าการแวะเยี่ยม และเทียบท่าเป็นการชั่วคราวของเอสเอส ซินซินเนติ พร้อมลูกเรือประมาณ 100 นาย เป็นการเฉลิมฉลองการเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหรัฐฯ กับกัมพูชาในการให้คำมั่นที่จะทำให้ภูมิภาคนี้เกิดความมั่นคง สันติภาพและรุ่งเรือง และเป็นการย้ำยุทธศาสตร์เสรีและเปิดกว้างในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ และการก้าวเข้าร่วมการเป็นหุ้นส่วนในยุทธศาสตร์นี้ของกัมพูชากับสหรัฐฯ ซึ่งในระหว่างเรือเทียบท่าจะมีการพาเยี่ยมชมเรือ มีการแลกเปลี่ยนระดับผู้เชี่ยวชาญ การแข่งขันกีฬา การฝึกร่วม และพบปะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งฝ่าย เพื่อตอกย้ำการเพิ่มการเป็นหุ้นส่วนทางทะเลระหว่างกัน
การให้เรือรบของสหรัฐฯ เทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จะเป็นการปูทางให้กัมพูชาและสหรัฐฯ กลับมาฝึกซ้อมร่วมทางทหารระหว่างกัน ภายใต้รหัสอังกอร์เซนติเนล (Angkor Sentinel) ที่ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และสหรัฐฯ ตกลงกันในห้วงการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงในมาเลเซียในกรอบอาเซียนเมื่อปี 2568 ซึ่งตอกย้ำการกระชับมิตรด้านการทหารระหว่างสองประเทศต่อไป และความพร้อมของกองทัพเรือของกัมพูชาในความร่วมมือกับสหรัฐฯ







