![]()

ประเทศยุโรปจำนวน 10 ประเทศเมื่อ 25 มกราคม 2569 ลงนามในกรอบความร่วมมือด้านการสร้างฟาร์มกังหันลม หรือทุ่งกังหันลมในบริเวณทะเลเหนือ เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่สำคัญของภูมิภาค โดยประเทศที่ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ประกอบด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ซึ่งหลังจากนี้จะร่วมมือกันพัฒนาและลงทุนสร้างทุ่งกันหันลม เพื่อผลิตพลังงาน แจกจ่ายให้ประเทศที่เกี่ยวข้อง เป็นประโยชน์ต่อการลดการพึ่งพาพลังงานรูปแบบเก่า และเพิ่มพูนความมั่นคงด้านพลังงาน
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2566 ประเทศยุโรปเคยประกาศเป้าหมายร่วมกันที่จะสร้างทุ่งกังหันเพื่อผลิตพลังงานลมในบริเวณพื้นที่ทะเลเหนือ หรือเน้นการผลิตพลังงานลมในพื้นที่นอกชายฝั่ง ให้สำเร็จภายในปี 2593 ดังนั้น ข้อตกลงใหม่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยุโรปบรรลุเป้าหมายข้างต้น
ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ยุโรปมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอย่างน้อย 20 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573 จากนั้นจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ถึง 300 กิกะวัตต์ ในอนาคต ปัจจุบัน ประเทศที่มีกำลังการผลิตพลังงานลม ประเภทพลังงานลมนอกชายฝั่งมากที่สุด คือ จีน มีกำลังการผลิต 43 กิกะวัตต์ อันดับ 2 คือ สหราชอาณาจักร มีกำลังการผลิต 16 กิกะวัตต์
ประเทศที่ให้ความสำคัญกับข้อตกลงดังกล่าวอย่างมาก คือ สหราชอาณาจักร โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่าข้อตกลงนี้จะเป็นผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ส่งเสริมเป้าหมายการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด และอาจช่วยลดค่าสาธารณูปโภคของชาวอังกฤษ เนื่องจากโครงการนี้อาจมีกำลังการผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานในสหราชอาณาจักรมีมุมมองเชิงบวกว่าสหราชอาณาจักรจะได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว เพราะจะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานผ่านเคเบิ้ลใต้น้ำ ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายและค่อนข้างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องประเมินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโครสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ให้คุ้มค่า รวมทั้งความตกลงเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโครงการดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการส่งออกพลังงานสะอาดมากเกินไปจนทำให้ขาดแคลนพลังงานในประเทศ
ความเคลื่อนไหวของยุโรปด้านพลังงานครั้งนี้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่ายุโรปสามารถสร้างความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดได้ โดยไม่ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์โครงการพลังงานลมของยุโรปในเชิงลบหลายครั้งว่าไม่คุ้มค่า







