![]()

เมียนมาเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งระยะที่ 3 เพื่อคัดเลือกผู้แทนในฝ่ายนิติบัญญัติและผู้นำรัฐบาล หลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2564 บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยในหลายพื้นที่ แต่ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากมีรายงานว่ามีเหตุการณ์ปะทะและความรุนแรงในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่กล้าเดินทางออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่บางส่วนคัดค้านการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะไม่ต้องการสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม โดยคาดว่าพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมาจะได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย (landslide) เพราะได้ตัดสิทธิการเมืองของพรรคฝ่ายค้านที่มีผู้สนับสนุนจำนวนมากไปก่อนหน้านี้แล้ว
การเลือกตั้งเมียนมาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2568 และครั้งที่ 2 เมื่อ 11 มกราคม 2569 มีทีมผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงพื้นที่เพื่อติดตามรายงานสถานการณ์การเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมียนมาติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
สื่อต่างประเทศคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า USDP จะได้รับชัยชนะและได้สิทธิคัดเลือกประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ร่วมกับตัวแทนจากกองทัพที่ได้ที่นั่งในสภาเมียนมา ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจะเป็น พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ อายุ 69 ปี ผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และผู้นำกองทัพเมียนมาคนปัจจุบัน ที่จะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำเมียนมาต่อไป
การเลือกตั้งในเมียนมาเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยเพราะมีมาตรการควบคุมความมั่นคงและกำหนดพื้นที่จัดการเลือกตั้งอย่างเข้มงวดและจำกัด มีความเป็นไปได้สูงที่กระบวนการทางการเมืองจะเป็นไปตามเป้าหมายและสามารถตั้งรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งในเมียนมาอาจไม่ได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ และไม่ได้แก้ไขปัญหาความแตกแยกและความรุนแรงทางการเมือง เนื่องจากไม่มีการประนีประนอมทางการเมือง ขณะที่อาเซียนก็ออกมาไม่ยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้
แนวโน้มสถานการณ์ด้านความมั่นคงในเมียนมาจะยังคงเปราะบาง ทั้งจากการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และชนกลุ่มน้อย ขณะที่รัฐบาลเมียนมาจะเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติจากการสอบสวนเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่มากขึ้นในปี 2569 เพราะเริ่มกระบวนการสอบสวนแล้ว นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองเมียนมายังเป็นความท้าทายต่อเอกภาพของอาเซียน ที่ต้องกำหนดท่าทีต่อเมียนมาร่วมกันต่อไป แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศสมาชิกจะมีจุดยืนและมุมมองที่แตกต่างกันต่อการเลือกตั้งของเมียนมา
ประเด็นเมียนมายังคงสำคัญต่อความร่วมมือในกรอบอาเซียน ดังนั้น อาเซียนจะจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ระหว่าง 28-29 มกราคม 2569 เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียน รวมทั้งหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมาหลังจากการเลือกตั้งด้วย







