![]()

กัมพูชาประกาศแล้วว่าจะเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอและได้มีการลงนามให้สัตยาบันในกฎบัตรคณะกรรมการสันติภาพ (Charter of the Board of Peace) นอกรอบการประชุม World Economic Forum (WEF) เมื่อ 22 มกราคม 2569 ในช่วงเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ จีนจะไม่เข้าเป็นสมาชิกในกรอบของสหรัฐฯ หากพิจารณาจากท่าทีจีนที่ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของสหประชาชาติ เพื่อรักษาระเบียบโลก
สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแถลงการเข้าร่วมเป็นสมาชิก Board of Peace เมื่อ 27 มกราคม 2568 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากได้แจ้งข่าวนี้กับพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่ได้พบหารือกันในโอกาสที่เรือรบยูเอสเอส ซาวันนาห์ (USS Savannah) เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ระหว่าง 24-28 มกราคม 2569 โดยกัมพูชาจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก Board of Peace ประเภทมีวาระ 3 ปี ไม่ต้องจ่ายเงินจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นค่าสมาชิก ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรถึงต้องจ่ายเงินจำนวนนี้
นักวิเคราะห์ด้านต่างประเทศเห็นว่า การที่กัมพูชาเข้าร่วมเป็นสมาชิก Board of Peace แม้ไม่ใช่สมาชิกถาวร แต่กัมพูชาต้องการแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่ากัมพูชาให้ความสำคัญกับสันติภาพ รวมทั้งจะได้ประโยชน์จากการที่สหรัฐฯ จะสนใจกัมพูชามากขึ้น เช่น ในเรื่องของการลงทุน และความร่วมมือด้านความมั่นคงจากที่ปัจจุบันพึ่งพาจีน สมเด็จฯ ฮุน มาแนตแสดงท่าทีด้วยว่า แม้จะเข้าเป็นสมาชิก Board of Peace กัมพูชาก็ยึดมั่นในหลักการรักษาสันติภาพภายใต้หลักการขององค์กรสหประชาชาติ
สมเด็จฯ ฮุน มาแนตได้แสดงให้สหรัฐฯ เห็นด้วยว่ากัมพูชาสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ในการเป็นประเทศที่ยึดมั่นในสันติภาพ ในการพบปะกับพลเรือเอก พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ด้วยการขอบคุณ จนทำให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงกับไทย เมื่อ 26 ตุลาคม 2568 ที่มาเลเซีย พร้อมกับแจ้งในระหว่างการพบกับผู้บัญชาการทหารฯ ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ด้วยว่า ยึดมั่นในการทำตามข้อตกลงนี้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ากัมพูชาจะไม่ให้ความสำคัญกับข้อตกลงใด ๆ กับไทยนอกจากข้อตกลงที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีบทบาท
พลเรือเอก พาพาโรได้กล่าวกับสมเด็จฯ ฮุน มาแนตว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มาเลเซียของทั้งสองฝ่าย พร้อมกับให้ความสำคัญกับคณะผู้สังเกตการของอาเซียน (ASEAN Observer Team-AOT) และสนับสนุนกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เพื่อหาทางออกให้กับทั้งสองฝ่าย







