![]()

บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเจรจากันเกี่ยวกับความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ล่าสุด สื่อมวลชนต่างประเทศคาดว่าผู้แทนจากอิหร่านและสหรัฐฯ จะเดินทางไปพบปะหารือกันที่ตุรกี ใน 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ อิหร่านจะส่งนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปพบกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาและบุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยจะมีผู้แทนจากตุรกี กาตาร์ อียิปต์ และโอมาน สนับสนุนและประสานงานเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหาแนวทางลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค
ที่ผ่านมา ทั้ง 4 ประเทศพยายามแสดงบทบาทด้านการประสานงานและเป็นตัวกลางผลักดันให้เกิดการเจรจามาโดยตลอด เพราะไม่ต้องการให้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลเสียต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาคตะวันออกกลาง และนอกจากทั้ง 4 ประเทศข้างต้น มีรายงานว่าอิหร่านหารือกับซาอุดีอาระเบียในประเด็นการเจรจากับสหรัฐฯ ด้วย สะท้อนว่าประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมมือกันอยู่เบื้องหลังเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค
ประเด็นสำคัญที่อิหร่านกับสหรัฐฯ จะเจรจากัน คือ โครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่อิหร่านจะยอมหารือกับสหรัฐฯ เพื่อตกลงเงื่อนไขต่าง ๆ ร่วมกัน แต่ยังคงยืนยันไม่เจราจาเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธหรือประเด็นความมั่นคงอื่น ๆ ของอิหร่าน ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านไปแล้ว เพราะไม่เชื่อว่าอิหร่านพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ และใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ แสงบทบาทความเป็น “ผู้สร้างข้อตกลง” หรือ deal maker ด้วยการเปิดการเจรจากับอิหร่านประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์รอบใหม่ เมื่อ มิถุนายน 2568 ที่โอมาน แต่ล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้า เพราะเกิดความขัดแย้งทางการทหารระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล รวมทั้งอิหร่านไม่พอใจที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่านด้วย
มีข้อสังเกตว่าผู้นำสหรัฐฯ ต้องการมีผลงานการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน หรืออย่างน้อยต้องมีผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงสหรัฐฯ พิจารณาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อกดดัน ควบคู่กับโน้มน้าวรัฐบาลอิหร่าน ได้แก่ เครื่องมือทางการทหาร เศรษฐกิจ และการทูต นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าหากการเจรจาครั้งนี้ไม่มีผล อาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ พร้อมย้ำว่าปัจจุบันสหรัฐฯ มีกองเรือขนาดใหญ่ที่ทรงอำนาจประจำการอยู่ในพื้นที่







