![]()

สหประชาชาติ (UN) เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความกังวลกรณีข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หรือ New START (Strategic Arms Reduction Treaty) จะหมดอายุใน 5 กุมภาพันธ์ 2569 หากทั้ง 2 ประเทศไม่เจรจาต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว อาจทำให้เกิดการสะสมอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 สาระสำคัญคือกำหนดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต้องลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน รวมทั้งกำหนดจำนวนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ปัจจุบันผู้แทนของรัสเซียระบุว่าพยายามเสนอการเจรจาทำข้อตกลงใหม่หรือต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวกับสหรัฐฯ แล้ว โดยเสนอต่ออายุข้อตกลงออกไปอีก 12 เดือน แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับ
ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และอดีตประธานาธิบดี นายดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำรัสเซียที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซียคนปัจจุบัน โดยข้อตกลงครั้งแรกมีอายุบังคับใช้เมื่อปี 2554 เป็นเวลา 10 ปี จากนั้นมีการขยายอายุข้อลกลงดังกล่าวเมื่อปี 2564 โดยรัสเซียกับสหรัฐฯ ตกลงกันว่าจะต่ออายุไปอีก 5 ปี อง รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย
หากไม่มีข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ กับรัสเซียจะเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เท่าไหร่ก็ได้ รวมทั้งติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้โดยไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศควบคุม ปัจจุบัน สหรัฐฯ กับรัสเซียมีหัวรบและอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก รวมกันมากกว่าร้อยละ 90 ของจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดทั่วโลก มีรายงานว่ารัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์จำนวนประมาณ 4,300 ลูก สหรัฐฯ มี 3,700 ลูก จีนมี 600 ลูก ฝรั่งเศสมี 290 ลูก และสหราชอาณาจักรมี 225 ลูก
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายครั้งเกี่ยวกับการขยายอายุข้อตกลงดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์มีมุมมองเชิงบวกว่าต้องการใช้ข้อตกลง New START ต่อไป รวมทั้งเสนอให้จีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่พัฒนาและเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์จำนวนมาก เข้าร่วมข้อตกลง New START เหมือนกับสหรัฐฯ และรัสเซียด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปี 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเห็นว่าจะปล่อยให้ข้อตกลงหมดอายุไป และจะจัดทำข้อตกลงใหม่ขึ้นมาแทน
มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ กับรัสเซียจะไม่ต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว แต่อาจเสนอข้อตกลงใหม่เพื่อให้ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมด้วยเพื่อสร้างมาตรการการจัดการอาวุธนิวเคลียร์แบบเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเจรจาข้อตกลงใหม่อาจใช้เวลานาน ทำให้นานาชาติ โดยเฉพาะ UN วิตกว่าจะทำให้เกิดช่วงเวลาที่มหาอำนาจต่าง ๆ เร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ เกิดการสะสมอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ







