![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดการจะแสดงวิสัยทัศน์และชี้แจงผลงานสำคัญของรัฐบาล ผ่านการแถลงสถานภาพแห่งชาติ (State of the Union) ใน 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งแรกหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 และเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ในการโน้มน้าวสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ให้ร่วมมือกับรัฐบาลผลักดันกฎหมายสำคัญและนโยบายต่าง ๆ ตามเป้าหมาย America First หรือปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก
ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้การแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินยุธศาสตร์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นตลาดแรงงาน การดึงดูดการลงทุนเข้าสหรัฐฯ การกำจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาผู้อพยพและการกระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการปรับภาพลักษณ์บทบาทของสหรัฐฯ ในต่างประเทศให้เป็นผู้นำโลกที่สร้างสันติภาพผ่านการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร หรือ Peace Through Strength ตามลักษณะนโยบายที่เป็นเอกลักษณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากนี้ ทั่วโลกยังติดตามแนวโน้มนโยบายด้านความมั่นคงพลังงานและอุตสาหกรรมในประเทศ เนื่องจากเป็นประเด็นที่นักธุรกิจและผู้ประกอบการชาวอเมริกันต้องการมาตรการที่ชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
การแถลงสถานภาพแห่งชาติของผู้นำสหรัฐฯ ที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์สำคัญตามธรรมเนียมการเมืองสหรัฐฯ ที่จะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านใดเป็นอันดับแรก รวมทั้งวิธีการที่ผู้นำรัฐบาลจะใช้ในการโน้มน้าวหรือต่อรองกับฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีประเด็นคัดค้านและขัดแย้งกัน เช่น การใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ฝ่ายเดียวต่อประเทศคู่ค้า และมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเด็ดขาดและรุนแรงในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่เชื่อมั่นในตนเองและมักจะกล่าวสุนทรพจน์นอกเหนือจากที่ทีมงานเตรียมการไว้ให้ แต่เนื่องจากการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ ใน พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น แถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้จึงจะเป็นโอกาสให้ประธานาธิบดีทรัมป์สร้างความปรองดองในพรรครีพับลิกัน รวมทั้งโน้มน้าวให้สมาชิกพรรคเดโมแครตร่วมมือผ่านร่างกฎหมายสำคัญ ๆ ที่จะเป็นผลงานของรัฐบาล เพื่อสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรมก่อนการเลือกตั้งกลางสมัย ที่จะมีผลต่ออำนาจทางการเมืองของรัฐบาล







