![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 แถลงสถานภาพแห่งชาติ (State of the Union) ตามธรรมเนียมการเมือง ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อแถลงผลงาน ชี้แจงนโยบาย และโน้มน้าวฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ประเด็นสำคัญของการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ ประกอบด้วยนโยบายสำคัญในประเทศและต่างประเทศ เน้นการทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัย และแข็งแกร่งที่สุดในโลก ประธานาธิบดีทรัมป์เน้นผลงานด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การเพิ่มความมั่นคงชายแดน และการป้องกันควบคู่กับปราบรามความรุนแรงทางการเมืองและอาชญากรรมทุกรูปแบบที่เป็นอันตรายต่อชาวอเมริกัน เฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ที่ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดให้ยาเสพติดเป็นอันตรายต่อความมั่นคงเทียบเท่ากับ “อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง”
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงผลงานการเจรจาและบทบาทผู้ประสานงานเพื่อยุติความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยหยิบยกกรณีความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นกรณีแรก จากนั้นกล่าวถึงสถานการณความขัดแย้งในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก พร้อมชื่นชมผลงานของทีมผู้เจรจาของสหรัฐฯ รวมทั้งนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และทำให้ระดับความนิยมของพรรครีพับลิกันเพิ่มขึ้นได้จากผลงานในต่างประเทศที่เป็นรูปธรรม
นอกจากผลงานด้านการเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์เน้นย้ำเป้าหมายจะสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป
นอกจากการชี้แจงผลงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้โอกาสนี้โจมตีนโยบายของพรรคเดโมแครตที่ผ่อนปรนให้ผู้อพยพจากต่างประเทศ และสร้างวาทกรรมโจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาลพรรครีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมายสำคัญต่อไป
ด้านนาง Abigail Spanberger ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ผู้แทนพรรคเดโมแครตแถลงตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ ตามธรรมเนียมการเมือง โดยระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยให้ชาวอเมริกันได้ พร้อมโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ว่าไม่พูดความจริง และไม่ทำงานเพื่อชาวอเมริกันอย่างแท้จริง เนื่องจากชาวอเมริกันยังเผชิญปัญหาสินค้าอุปโภคและบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันไม่ทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจกับผู้นำรัฐบาล ทำให้การเมืองสหรัฐฯ อยู่ในความเสี่ยงสูง
ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงสถานภาพแห่งชาติยาวที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 48 นาที ทั้งนี้ สื่อมวลชนสหรัฐฯ ประเมินว่าผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาไม่เพียงพอต่อการชี้แจงนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ นโยบายประกันสังคม ความมั่นคงด้านพลังงาน และการเพิ่มพูนขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูง ดังนั้น ถ้อยแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้อาจไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อความนิยมต่อประธานาธิบดีทรัมป์มากนัก โดยปัจจุบันคะแนนนิยมในภาพรวมค่อนข้างต่ำที่ร้อยละ 41







