![]()

เหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องลดกำลังการผลิต ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้เต็มที่ เฉพาะอย่างยิ่งซาอุดิอาระเบีย ประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบ อันดับ 1 ของโลก จากที่อิหร่านยังปิดเส้นทางส่งออกช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 3 มีนาคม 2569 และการที่ประเทศดังกล่าวไม่สามารถมีคลังเก็บสำรองน้ำมันได้เพียงพอเพื่อรอการส่งออก ขณะที่บางประเทศ เช่น อิรักต้องระงับการผลิตน้ำมันบางแห่ง เนื่องจากถูกอิหร่านโจมตี และกาตาร์ประกาศเมื่อ 6 มีนาคม 2569 จะเพิ่มการลดการผลิตน้ำมันลงอีก
ลาวก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่บางประเทศ เช่น ไทยได้มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน ด้วยการตรึงราคาน้ำมันไว้ เป็นระยะเวลา 15 วัน สำหรับลาว ราคาน้ำมันในประเทศเมื่อ 6 มีนาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ราคาน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เป็นประมาณ 43.53 บาท น้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เป็นประมาณ 40.21 บาท อนึ่ง ลาวไม่มีระบบสำรองน้ำมันในประเทศ และพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันอย่างมาก ได้แก่ จีน เวียดนาม และไทย
ลาวยังมีมาตรการอื่น ๆ เช่น ผู้จำหน่ายห้ามกักตุนน้ำมัน ห้ามจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบรรจุขวดหรือภาชนะที่มีความจุเกิน 5 ลิตร รวมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัด อย่างไรก็ดี ลาวได้รับคำมั่นจากไทยว่าจะยังคงส่งออกน้ำมันให้ลาว ขณะที่ลาวก็ยังคงส่งกระแสไฟฟ้าให้ไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ยืนยันต่อเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในโอกาสที่เข้าแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับหน้าที่ เมื่อ 5 มีนาคม 2569 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะไม่กระทบต่อการส่งออกน้ำมันของไทยไปลาว
ราคาน้ำมันในลาวที่เพิ่มขึ้นย่อมจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจลาว แต่นายกรัฐมนตรีลาวก็ได้ให้คำมั่นเมื่อ 7 มีนาคม 2569 ว่า จะเดินหน้าให้คำมั่นในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 10 เกิดผลให้เศรษฐกิจของลาวเดินหน้า เช่น เพิ่มผลผลิตการเกษตรให้เกิดความมั่นคงทางอาหารทั้งในประเทศและการส่งออก ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พัฒนาพลังงานสะอาด เช่น พลังงานน้ำ และแสงอาทิตย์ เพิ่มการผลิตแร่ในประเทศและจำกัดการส่งออก รวมทั้งเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เช่น ระบบอินเทอร์เน็ต และศูนย์กลางดาตาเซ็นเตอร์ เป็นต้น







