![]()

สถานการณ์การเมืองอิหร่านมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจำนวน 88 คน เห็นชอบเมื่อ 8 มีนาคม 2569 แต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในช่วงที่อิหร่านยังเผชิญสถานการณ์สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มอจญ์ตะบา อายุ 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 8 มีนาคม 2569 เป็นบุคคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองรุ่นเก่า คาดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดครั้งนี้จะทำให้การเมืองอิหร่านมีความต่อเนื่องและสามารถรักษาอำนาจทางการเมืองได้ในระยะยาว
ทั่วโลกให้ความสนใจการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ โดยมีประเทศที่แสดงความยินดีกับผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้แก่ โอมาน อิรัก และรัสเซีย นอกจากนี้ รัฐบาลอิรักแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของอิหร่านที่จะจัดการกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความอ่อนไหวสูงได้ ขณะที่รัฐบาลจีนให้ความเห็นว่าการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดครั้งนี้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของอิหร่าน และยืนยันไม่สนับสนุนการแทรกแซงการเมือง รวมทั้งอธิปไตยของประเทศอื่น ๆ
กลุ่มฮูษีในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน แถลงแสดงความยินดี และประกาศว่าเป็นชัยชนะของการปฏิวัติอิหร่าน เนื่องจากมอจญ์ตะบามีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมและไม่ประนีประนอม ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีมุมมองว่า การแต่งตั้งบุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้สหรัฐฯ และอิสราเอลตระหนักว่าการเมืองอิหร่านจะไม่เปลี่ยนแปลงตามที่สหรัฐฯ ตั้งเป็นเป้าหมายในการทำสงคราม
สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นว่าอิหร่านกำลังทำผิดพลาด และไม่มั่นใจว่าผู้นำสูงสุดคนใหม่จะอยู่ในตำแหน่งได้นานหรือไม่ ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ด้วย แต่อิหร่านคัดค้าน ส่วนอิสราเอลวิจารณ์ว่ามอจญ์ตะบาจะเป็นผู้สืบทอดระบอบเผด็จการและการกดขี่ข่มเหงประชาชนชาวอิหร่านต่อไป







