![]()

อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยระบุว่าอิหร่านจะสู้ในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันรัฐบาลศัตรูให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนี้ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ยังขอให้ประชาชนและรัฐบาลมีเอกภาพ ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงว่า อิหร่านจะโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกลาง ดังนั้น สหรัฐฯ และประเทศที่ให้สหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ควรยุติความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าผู้นำอิหร่านคนใหม่มั่นใจในขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ว่าจะสามารถตอบโต้และทำสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) กับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ เนื่องจากแม้จะมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เท่ากับสหรัฐฯ แต่อิหร่านให้ยุทธวิธีกระจายกำลังและฐานบัญชาการ ตามยุทธศาสตร์การรบแบบ Decentralized Mosaic Defense (DMD) ทำให้กองกำลังฝ่ายอิหร่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการต่อได้ แม้ศูนย์บัญชาการกลางจะเผชิญอุปสรรค และยังมีจุดแข็งเพิ่มเติมหลังจากการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับ IRGC ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น อิหร่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับสงครามได้
นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังส่งสัญญาณโน้มน้าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว หากยังสนับสนุนสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อคาดหวังให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาค มากกว่าความร่วมมือกับสหรัฐฯ ที่เข้าไปทำสงครามตัวแทน ซ้ำยังไม่สามารถปกป้องหรือค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยให้ประเทศพันธมิตร หรือแม้กระทั่งช่องแคบฮอร์มุซได้จริงตามที่ประกาศไว้
ในขณะที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านแสดงความมั่นใจและขู่ศัตรูเพื่อให้ทบทวนปฏิบัติการทางทหาร ผู้นำอิสราเอลก็แสดงท่าทีเชื่อมั่นในความมั่นคงของประเทศเช่นกัน โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ว่าปัจจุบันอิสราเอลแข็งแกร่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะเดินหน้าร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อทำสงครามกับอิหร่านต่อไป พร้อมย้ำว่าอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างมากจากสงครามในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งระบุว่าไม่รับประกันความปลอดภัยของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน และ Naim Qassem ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ที่ปัจจุบันเป็นเป้าหมายในปฏิบัติการความมั่นคงของอิสราเอลด้วย
ท่าทีของผู้นำอิหร่านและอิสราเอล อาจเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลกต่อไป







