![]()

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 15 มีนาคม 2569 ใช้กลไกความร่วมมือทางการทหารระหว่างประเทศเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในปฏิบัติการที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเสนอให้ประเทศอื่น ๆ ควรส่งเรือรบเข้าไปปกป้องผลประโยชน์และค้ำประกันความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ทั้งจีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งเสนอให้เนโต ส่งกองกำลังไปสนับสนุนสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งขู่ว่าหากเนโตปฏิเสธและไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ อาจเผชิญอนาคตที่ย่ำแย่
ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเรือพาณิชย์จำนวนอย่างน้อย 16 ลำ เป็นเรือขนส่งน้ำมัน 10 ลำ ตกเป็นเป้าหมายโจมตีและได้รับอันตรายระหว่างการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทางสำคัญของโลก ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ประกาศว่าจะเป็นต้องปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวเพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้ยุติสงคราม
ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะไม่ส่งกองเรือไปช่วยเหลือตามที่ผู้นำสหรัฐฯ ร้องขอในทันที เพราะ สหรัฐฯ เองก็ยังไม่ส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจะเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ที่ได้เปรียบมากกว่า แต่ก็มีรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศ เพื่อรับรองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือญี่ปุ่นที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านก็กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าพร้อมเจรจาและไม่โจมตีเรือจากประเทศต่าง ๆ ยกเว้นสหรัฐฯ และอิสราเอล จึงต้องพิจารณาท่าทีต่อสงครามในตะวันออกกลางอย่างรอบคอบ
ปัจจุบันสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทบทวนข้อเสนอ จีนยืนยันเรียกร้องให้ยุติการใช้ปฏิบัติการทหารและความรุนแรงระหว่างประเทศ ฝรั่งเศสและเยอรมนี พันธมิตรสำคัญและประเทศที่มีอิทธิพลในเนโต ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับภารกิจของนานาชาติเพื่อปกป้องความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโดยตรง ด้านออสเตรเลียและญี่ปุ่น ระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนการจะส่งเรือรบเข้าไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางและอุปสรรคในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการเจรจาหรือการยุติสงคราม นักวิเคราะห์วิตกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและทำให้ห่วงโซ่อุปทานน้ำมันและพลังงานโลกเกิดสภาวะชะงักงัน
ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการทางเรือของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่าปัจจุบันเรือขนส่งสามารถเดินทางข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้ประมาณ 5 ลำ/วัน ลดลงจากจำนวน 138 ลำ/วัน ทำให้มีความเสี่ยงสูง หากสถานการณ์สงครามไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะปล่อยน้ำมันสำรองมากถึง 400 ล้านบาร์เรล แต่ไม่เพียงพอต่อการพยุงราคาในระยะยาว







