![]()

ประเทศในเอเชียจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้การขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน หยุดชะงัก และไม่เป็นผลดีต่อการสำรองน้ำมันในประเทศ เนื่องจากสงครามส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในช่องแคบฮออร์มุซที่เป็นช่องทางขนส่งน้ำมันร้อยละ 90 ไปยังเอเชีย ดังนั้น หลายประเทศทยอยออกมาตรการบรรเทาความตึงเครียดในวิกฤตพลังงาน
รัฐบาลศรีลังกา เมื่อ 17 มีนาคม 2569 ประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดชั่วคราว มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ เพื่อลดการใช้พลังงานในห้วงที่ศรีลังกาเสี่ยงเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน ด้านประธานาธิบดี Anura Kumara Dissanayake ของศรีลังกายอมรับว่ารัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่สุด แต่ก็ยังมีความหวังว่าจะแก้ไขปัญหาได้
นอกจากนี้ ยังให้สถาบันการศึกษาเปิดทำการเป็นเวลา 4 วัน แทน 5 วัน รวมทั้งชี้แจงว่าเลือกประกาศวันหยุดทุกวันพุธ เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลยังคงเปิดทำการได้ต่อเนื่อง ไม่นานกว่า 2 วัน เพราะจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน นอกจากนี้ ศรีลังกายังประกาศจำกัดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสม ซึ่งทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจ เพราะการกำจัดการเติมน้ำมันที่ 15 สิตร/คัน นั้นไม่เพียงพอต่อการเดินทาง
ศรีลังการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นจากต่างประเทศมากเป็นอันดับที่ 55 ของโลก หรือมูลค่าประมาณ 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ศรีลังกามีโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศ แต่มีกำลังการผลิตเพื่อการอุปโภคภายในประเทศได้ร้อยละ 40 ทำให้ยังคงพึ่งพาการน้ำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศร้อยละ 60
นอกจากศรีลังกา ประเทศในเอเชียอื่น ๆ ที่ใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ เช่น เมียนมากำหนดประเภทรถยนต์และวันทำการเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเท่านั้น บังกลาเทศเสนอมาตรการปิดไฟทั่วประเทศในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน และขยายวันหยุดในสถาบันการศึกษา ฟิลิปปินส์ใช้มาตรการปรับให้เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน Work from Home อย่างน้อย 1 วัน/สัปดาห์ เวียดนามรณรงค์ให้ประชาชนงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับพิจารณาใช้ยานพาหนะประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเป็นพลังงาน ส่วนไทย สื่อรายงานว่ารัฐบาลไทยรณรงค์ให้ประชาชนงดการใส่เสื้อสูทเพื่อประหยัดการใช้เครื่องปรับอากาศ







