![]()

การจะปิด และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ กำลังเป็นเกมต่อรอง และตอบโต้กันไป-มาระหว่างกันอย่างเข้มข้น ซึ่งฝ่ายใดคุมเกมเรื่องนี้ได้ ก็ค่อนข้างจะมีศักยภาพชี้นำความขัดแย้งได้ดีกว่า เมื่อ 22 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 48 ชม. (24 มีนาคม2569 ) มิฉะนั้น สหรัฐฯ จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ในห้วงเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพขีปนาวุธ และฐานการผลิตอาวุธ รวมทั้งศักยภาพของกองทัพเรือและอากาสของอิหร่านก็อ่อนแอลง
อิหร่านตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทันที เมื่อ 22 มีนาคม 2569 ว่า กองกำลัง IRGC ของอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด รวมทั้งอิหร่านจะโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐฯ และ พันธมิตรในภูมิภาค หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
อิหร่านยังแสดงอิทธิพลว่าเป็นผู้ครอบครองช่องแคบฮอร์มุช และคุมเส้นทางพลังงาน โดยไม่ให้สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง และเป็นศัตรูกับสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง ด้วยการพร้อมเป็นผู้ปกป้อง และรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว ซึ่งผู้แทนอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization-IMO) ชี้แจงว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือทุกลำสามารถแล่นผ่านได้ ยกเว้นเรือที่เกี่ยวข้องกับศัตรู (นัยคือสหรัฐฯ ) แต่เรือที่ผ่านต้องประสานงานด้านความปลอดภัยกับอิหร่านก่อนล่วงหน้า อิหร่านยังจะประสานงานกับ IMO เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางทะเลและคุ้มครองลูกเรือในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ผู้อำนวยการบริหารทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกมาเรียกร้องว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นแนวทางเดียวที่จะแก้ไขวิกฤตน้ำมันที่ร้ายแรงอย่างมากในขณะนี้พร้อมเตือนถึงผลกระทบจากการสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวันจากสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ อาจทำให้โลกเผชิญวิกฤตพลังงานร้ายแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกร่วมมือกันในการเตรียมมาตรการรับมือ







