![]()

สัญญาณการเจรจาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสับสน เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่าไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ที่ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยด้วยตนเองว่าได้มีการเจรจากับอิหร่าน ขณะที่ สื่อมวลชนฝั่งตะวันตกมีรายงานข่าวสารเช่นกันว่ามีการเจรจาลับ ๆ ระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ท่ามกลางข่าวการเจรจาดังกล่าวก็ยังเห็นแรงกดดันต่ออิหร่านจากฝ่ายพันธมิตรของสหรัฐฯ เช่น สหราชอาณาจักร และซาอุดีอาระเบีย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เมื่อ 23 มีนาคม 2569 และให้สัมภาษณ์สื่อหลักของสหรัฐฯ CNBC ว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านได้มีการหารือกันเมื่อ 21-23 มีนาคม 2569 ทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะเลื่อนการโจมตีอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ จาก เมื่อ 24 มีนาคม 2569 ไปอีก 5 วัน (29 มีนาคม 2569 ) พร้อมระบุว่าได้มอบหมายให้นายจาร์เร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลางไปหารือเพิ่มเติมในข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านตลอดสัปดาห์นี้
ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่า อียิปต์ ตุรกี และปากีสถานเป็นตัวกลางหารือ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงระหว่างกัน ส่วนฝ่ายอิหร่านที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ประสานงาน ได้แก่ Mohammad Baqer Qalibaf ประธานรัฐสภาของอิหร่าน และอาจมีนาย Qalibaf ที่สหรัฐฯ วางตัวเป็นผู้นำของอิหร่านในอนาคต อย่างไรก็ดี อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจากับสหรัฐฯ การกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ดังกล่าว เพื่อต้องการให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง
แม้สหรัฐฯ จะยืนยันว่ามีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง แต่ขณะเดียวกัน พันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังร่วมมือตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลตอบโต้อิหร่านโดยซาอุดีอาระเบียให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศ King Fahd ทางฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ เพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ UAE เริ่มยึดทรัพย์สินและปิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เช่น โรงพยาบาล เพื่อจำกัดการเข้าถึงเงินทุนและเครือข่ายการค้าของอิหร่าน นอกจากนี้ หน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ กำลังจะเดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า







