แฮกเกอร์ที่อิหร่านสนับสนุนเดินหน้าต่อเป้าหมายสหรัฐฯ  

แฮกเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุนยังเดินหน้าปฏิบัติการสงครามไซเบอร์ต่อเป้าหมายสหรัฐฯ โดยมีราย เมื่อ มีนาคม 2569 ขู่จะโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 มีนาคม 2569  กลุ่ม Handala ซึ่งเป็น hacktivist ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ตอบโต้สหรัฐฯ ที่เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 160 ราย และในจำนวนดังกล่าวเป็นนักเรียนกว่า 100 ราย ด้วยการขโมย และลบข้อมูลของบริษัท Stryker ซึ่งเป็นผู้ผลิตและให้บริการเทคโนโลยีทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลก ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ FBI ของสหรัฐฯ ยอมรับเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่าข้อมูลส่วนตัวของนาย แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ถูกกลุ่ม Handala เจาะระบบอีเมล แม้ข้อมูลที่ถูกขโมยจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และเป็นประวัติส่วนตัว เช่น ประวัติ เอกสารส่วนตัว และรูปถ่ายสมัยก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แต่ก็สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัย และไม่เชื่อมั่นต่อระบบไซเบอร์ของสหรัฐฯ…

ภาคเหนือของไทยเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

BBC ของสหราชอาณาจักร รายงานเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพอากาศที่เลวร้ายลงในภาคเหนือของไทย ซึ่งมีสาเหตุจากการเผาในหลายพื้นที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ จ.เชียงใหม่ ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เริ่มพิจารณาย้ายที่อยู่อาศัยเนื่องจากกังวลปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้ ช่วง พ.ย. – มี.ค. ของทุกปีเป็นช่วงที่ภาคเหนือเกิดไฟป่า เนื่องจากเกษตรกรเผาพื้นที่เพื่อเตรียมเพาะปลูก รวมถึงเกิดไฟป่าจากสภาพอากาศแห้ง ซึ่งนักเคลื่อนไหวและประชาชนพยายามร้องเรียนและยื่นฟ้องคดีหลายครั้งเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รัสเซียพร้อมส่งออกปุ๋ยแก่ประเทศในเอเชียและกลุ่มประเทศโลกใต้

สนข.Tass รายงานเมื่อ 31 มี.ค.69 อ้างนาย Alexander Venediktov รองเลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซียว่า รัสเซียพร้อมส่งออกปุ๋ยเคมีซึ่งขาดตลาดห้วงสงครามอิหร่าน เพื่อช่วยเหลือประเทศที่พึ่งพาปุ๋ยจากภูมิภาค ตอ.กลาง และเป็นมิตรกับรัสเซียโดยเฉพาะประเทศในเอเชียและกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South)  ตลอดจนจัดตั้งความร่วมมือรอบด้านเพิ่มเติมกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือพหุภาคี ภายใต้ BRICS กลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ทั้งนี้ นสพ.The Moscow Times ประเมินเมื่อ 26 มี.ค.69 ว่ารัสเซียจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดือนละ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปุ๋ยยูเรียของรัสเซียราคาเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับห้วงก่อนสงครามหรือประมาณตันละ 586-600 ดอลลาร์สหรัฐ

จีน-ปากีสถาน ผลักดันข้อเสนอ 5 ข้อเพื่อฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพใน ตอ.กลาง

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนาย Ishaq Dar รอง นรม. และ รมว.กต.ปากีสถาน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 31 มี.ค.69 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเสนอข้อเสนอ 5 ข้อเพื่อฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในกลุ่มประเทศรอบอ่าวและภูมิภาค ตอ.กลาง ได้แก่ 1) หยุดยิงและยุติการสู้รบทันที ป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงและลุกลาม รวมถึงให้มีการส่งความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมไปยังทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม 2) เริ่มการเจรจาสันติภาพโดยเร็ว  3) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 4) รับประกันความปลอดภัยการเดินเรือ  และ 5) สนับสนุนระบบพหุภาคีและบทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นของสหประชาชาติ (UN) รวมถึงการบรรลุข้อตกลงเพื่อสร้างกรอบการทำงานด้านสันติภาพที่ครอบคลุมและบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน

มาเลเซียจะใช้มาตรการจำกัดเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์

ดาตุ๊ก อะห์หมัด ฟะห์มี โมฮาเม็ด ฟัดซิล รมว.กระทรวงการสื่อสารของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 31 มี.ค.69 ว่า รัฐบาลจะเริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 สร้างหรือใช้งานบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ภายใน มิ.ย.69 แต่อาจบังคับใช้เร็วขึ้นหากเตรียมการเสร็จก่อนกำหนด โดยรัฐบาลจะให้เวลาผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ เช่น บริษัท Meta ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและ Instagram บริษัท Google และบริษัท ByteDance (TikTok) ตรวจสอบและคัดกรองผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ไม่ให้ลงทะเบียนสร้างบัญชีใหม่และปิดบัญชีที่มีอยู่เดิม

รมว.มท.อินเดียอ้างความสำเร็จในการปราบปรามกลุ่มนิยมลัทธิเหมา

ถ้อยแถลงของนายอามิต ชาห์  รมว.มท.อินเดีย ต่อสภาผู้แทนราษฎร (โลกสภา) เมื่อ 30 มี.ค.69 ที่กรุงนิวเดลี ระบุว่า อินเดียประสบความสำเร็จในการเป็นพื้นที่ปลอดกลุ่มนิยมลัทธิเหมา  ซึ่งเป็นลัทธิฝ่ายซ้ายสุดโต่ง ก่อนเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใน 31 มี.ค.69 แม้รัฐเตลังคานายังคงมีหนึ่งในผู้นำกลุ่ม 1 รายที่อยู่ระหว่างการหลบหนี โดย รมว.มท.อินเดียระบุ ปัจจัยความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากนโยบายของรัฐบาลต่อผู้กระทำความผิดมีความเด็ดขาด โดยจะการเจรจากับผู้ที่ยอมจำนนและใช้กำลังตอบโต้ผู้ที่โจมตีด้วยอาวุธ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การประสานความร่วมระหว่างรัฐต่าง ๆ และกองกำลังตำรวจส่วนกลาง (Central Armed Police Forces-CAPF) ภายใต้ มท.อินเดีย ร่วมกับตำรวจท้องถิ่นเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของอินเดีย