![]()

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในช่วงสำคัญ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 6 เมษายน 2569 กดดันให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอหยุดยิง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบเต็มรูปแบบ ภายใน 7 เมษายน 2569 ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านทั้งประเทศภายในวันเดียว รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ด้านคมนาคมและพลังงานในอิหร่านด้วย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น เนื่องจากอิหร่านตอบรับข้อเสนอแล้ว แต่กำหนดเงื่อนไขและข้อแลกเปลี่ยนจำนวนมากที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เห็นว่า “ยังไม่ดีพอ” ดังนั้น หากรัฐบาลอิหร่านไม่ทำตามข้อเสนอ ประชาชนอิหร่านก็จะต้องได้รับผลกระทบด้วย
ปัจจุบันอิหร่านยังไม่ประกาศว่าจะยอมดำเนินการตามข้อเสนอของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ตอบโต้กลับไปว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของอิหร่าน สงครามครั้งนี้จะขยายขอบเขตไปถึงระดับภูมิภาค ด้านอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ย้ำว่ากองทัพอิหร่านยังมีความแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีพลเอก Majid Khademi เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านเสียชีวิตระหว่างสงคราม ส่วนกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ซึ่งเป็นกองทัพหลักของอิหร่านประเมินว่าคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น “ไร้เหตุผล” สะท้อนว่า ฝ่ายอิหร่านไม่กังวลต่อคำขู่ของสหรัฐฯ และพร้อมปฏิบัติการทางทหารต่อไป
แนวโน้มการตอบรับและปฏิบัติตามข้อเสนอหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับอย่างน้อย 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) การตัดสินใจของผู้นำและผู้บัญชาการทหารทั้ง 2 ประเทศ 2) สถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางทหาร เนื่องจากปัจจุบันมียุทโธปกรณ์จำนวนมากประจำการในพื้นที่ที่มีระดับความตึงเครียดสูง 3) การดำเนินการทางการทูตของประเทศตะวันออกกลาง ปากีสถาน และญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันเร่งเจรจากับทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อให้ยุติสงคราม เพราะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลก ทั้งนี้ ปากีสถานมีบทบาทนำในการยื่นข้อเสนอหยุดยิง หรือ Islamabad Accord เป็นระยะเวลา 45 วันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมเสนอขั้นตอนการดำเนินการ 2 ระยะเพื่อให้เกิดการหยุดยิง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งการเจรจาในประเด็นอื่น ๆ ระหว่างคู่ขัดแย้ง
มีข้อสังเกตว่าอิหร่านเริ่มยุทธวิธีปลุกระดมชาวอเมริกันให้ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านใช้ถ้อยแถลงกระตุ้นให้ชาวอเมริกันเชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ก่ออาชญากรรมสงครามในอิหร่าน เนื่องจากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการคมนาคมขนส่งที่กระทบต่อพลเรือน ตลอดจนมีรายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามโจมตีโรงงานพัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงสันติ ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางและทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยง







