![]()

สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประชุมสมัยสามัญ และลงมติคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้นำประเทศ เมื่อ 7 เมษายน 2569 ที่กรุงฮานอย ผลการคัดเลือก คือ พล.ต.อ. โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ทั้งนี้ พล.ต.อ. โต เลิม อายุ 59 ปี เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามคนที่ 3 ที่ได้ควบตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ ได้แก่ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม และประธานาธิบดี เหวียน ฟู้ จ่อง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2567 จึงเป็นสัญญาณว่าประธานาธิบดีโต เลิมของเวียดนามจะเป็นนักการเมืองคนสำคัญของประเทศต่อไปในระยะ 5 ปี
ประธานาธิบดีโต เลิม เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว เมื่อปี 2567 หลังจากอดีตประธานาธิบดีหวอ วัน เถือง ลาออกจากตำแหน่ง และอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เหงียน ฝู จ่อง เสียชีวิต ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโต เลิม สามารถรักษาสมดุลทางการเมืองในประเทศ และความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาได้ทั้งจีนและสหรัฐฯ
การที่ พล.ต.อ.โต เลิม ได้ควบตำแหน่งสำคัญทางการเมืองของเวียดนาม สะท้อนการกระชับอำนาจทางการเมืองของผู้นำประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ควบคู่กับส่งเสริมความแข้งแกร่งทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ สภาแห่งชาติฯ ประกาศแต่งตั้งนายเล มินห์ ฮุง อายุ 56 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีเวียดนามคนใหม่ วาระการดำรงตำแหน่งปี 2569-2574 แทนนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระและเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ นายเล มินห์ ฮุง เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางเวียดนามเมื่อปี 2559 จึงคาดว่าจะมีบทบาทในการออกแบบนโนบายการเงินและการคลังของเวียดนามให้มีประสิทธิภาพในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจและความมั่นคงโลกผันผวน และจะร่วมมือกับประธานาธิบดีเวียดนามได้ดีในการผลักดันวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงภายในปี 2588







