![]()

ความเข้มข้นในการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกันของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง หลังจากการเจรจาที่ปากีสถานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เมื่อ 11 เมษายน 2569 ล้มเหลว โดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาแถลงว่า สหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับอิหร่านแล้วในเรื่องการระงับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธ อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งได้พบกับผู้แทนอิหร่านที่เข้าร่วมเจรจาภายหลังการหารือ เปิดเผยว่า ปากีสถานยังมีความพยายามหาทางยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้การหารือเมื่อ 11 เมษายน 2569 ไม่ได้ข้อสรุป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศที่จะเข้าควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากประเทศอื่น หลังการเจรจาที่ปากีสถานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ ซึ่งกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) ได้เริ่มตรวจสอบเรือทุกลำที่เข้า-ออกจากท่าเรือ และชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงท่าเรืออิหร่านในอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน ตั้งแต่ 13 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ด้วยว่าจะโจมตีเรือของอิหร่าน ด้วยความรวดเร็ว และรุนแรง หากเข้าใกล้พื้นที่ปิดล้อมของสหรัฐฯ หลังจากอ้างว่ากองทัพเรือของอิหร่านถูกสหรัฐฯ โจมตีอย่างหนักก่อนหน้านี้
สมาชิกเนโตจะไม่เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยินดีสนับสนุนภารกิจ ขณะที่สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสยืนยันจะใช้มาตรการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือดังกล่าวในรูปแบบเชิงรับเท่านั้น เพื่อให้เรือสินค้าสามารถแล่นผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย และทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันจัดตั้งคณะทำงานพหุภาคีเพื่อฟื้นฟูเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยประเทศเข้าร่วมประชุมเร็ว ๆ นี้ จะมีประมาณ 30 ประเทศ เช่น ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย อินเดีย กรีซ สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน
จีนออกมามีท่าทีแข็งกร้าวต่อการที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนประณามการกระทำของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ว่าจะยิ่งทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมกับยืนกรานว่าเรือของจีนจะต้องสามารถเดินทางเข้า-ออกช่องแคบนี้ได้ และจะไม่มีผู้ใดเข้ามาแทรกแซงกิจการหรือการขนส่งของจีน แต่ก็เห็นว่าการเจรจากันเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการหาทางออกในกรณีช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ระบุว่า การเข้าควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจรวมกัน ประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือจะสูญเสียรายได่จากการส่งออกประมาณ 276 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และนำเข้าประมาณ 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน







