WHO เตือนการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา แต่ยังไม่พบในไทย

องค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เตือนภัยอันตรายด้านสาธารณสุข จากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอีโบลา (Ebola) ที่สาธารณรัฐคองโก ภูมิภาคแอฟริกาใต้ โดยกำหนดให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวเป็นระดับ outbreak หรือเชื้อโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ และต้องการให้นานาชาติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 246 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเชื้อโรคดังกล่าวแล้ว 80 ราย ส่วนในไทย กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดในไทย แต่มีมาตรการเฝ้าระวังเต็มที่ เพราะเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เชื้อโรคอีโบลาที่แพร่ระบาดที่สาธารณรัฐคองโกในปัจจุบัน เป็นสายพันธุ์ไวรัส Bundibugyo ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้ขึ้น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเจ็บคอ จากนั้นจะมีอาการท้องเสียและเลือดออกตามมา ปัจจุบัน WHO ประเมินว่าเชื้อโรคอีโบลาดังกล่าวแพร่ระบาดออกไปนอกสาธารณรัฐคองโกแล้ว เนื่องจากมีรายงานผู้ติดเชื้อชาวคองโกที่เดินทางไปยูกันดา อายุ 59 ปี เสียชีวิตและได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 ราย ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโรคอีโบลา ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามส่งตัวชาวอเมริกันกลุ่มดังกล่าวไปยังประเทศอื่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในมาตุภูมิสหรัฐฯ ด้านศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers…

สปป.ลาว-กัมพูชา กระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

สปป.ลาวและกัมพูชา ให้คำมั่นระหว่างกันเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า จะร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยพลโทวันทอง กองมะนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ เป็นผู้แทนจาก สปป.ลาวเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 และหารือในประเด็นดังกล่าวร่วมมือ พร้อมทั้งระบุว่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิด สปป.ลาวและกัมพูชาใช้การหารือครั้งนี้ ทบทวนความร่วมมือระหว่างกันเมื่อปี 2568 และลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกันต่อไปในปี 2569 โดยเห็นพ้องที่จะคงความสัมพันธ์ใกล้ชิดผ่านการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายร่วมกัน และสร้างความไว้วางใจ นอกจากนี้ ผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาวและกัมพูชายังจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเครื่องมือส่งเสริมความมั่นคงและป้องกันภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้กิจกรรมชายแดนของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งในมิติการค้า และการท่องเที่ยวที่เป็นระเบียบและปลอดภัย สำหรับความร่วมมือด้านชายแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชาในปี 2569 จะให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดกันของทั้ง 2 ประเทศ และ 2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นศูนย์ความร่วมมือข้ามแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชา เน้นส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการเดินทางของประชาชน มีรายงานว่าผู้แทนฝ่ายกัมพูชา…

ผู้นำสหรัฐฯ กดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เผยแพร่คำเตือนอิหร่านเมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เพื่อกดดันให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจายุติสงคราม โดยระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องตัดสินใจให้เร็ว เวลาเหลือไม่มาก ไม่เช่นนั้นอาจไม่เหลืออะไรเลย ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากเดินทางกลับจากจีน และจัดการประชุมหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายต่อสถานการณ์สงครามอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ รองประธานาธิบดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษการเจรจาระหว่างประเทศ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ สะท้อนว่าไม่พอใจอิหร่านที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขและเข้าสู่การเจรจา ตลอดจนไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าตามปกติ และอาจตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อกดดันอิหร่านอีกครั้ง หลังจากที่การปฏิบัติการทางทหารหรือ Operation Epic Fury ยุติไปแล้วตามกฎหมายสหรัฐฯ เมื่อปลาย เมษายน 2569 โดยปัจจัยที่อาจสนับสนุนให้ผู้นำสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอีกครั้ง ได้แก่ 1) อิสราเอลพร้อมสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่านอย่างเต็มที่ เฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารและพลังงานของอิหร่าน 2) ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการยืนยันจากผู้นำจีนว่าจะไม่แทรกแซงสถานการณ์การสู้รบ และ 3) อิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะยอมแพ้สหรัฐฯ จึงยังคงเป็นภัยคุกคาม นอกจากนี้ มีรายงานว่าหน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะก่อเหตุก่อการร้ายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยุติบทบาทในสงครามอิหร่าน…

ญี่ปุ่นจัดการฝึกผสมกับสหรัฐฯ เพื่อป้องปรามภัยคุกคาม

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) จัดการฝึกผสมกับ นย.สหรัฐฯ เป็นระยะเวลา 6 วัน ระหว่าง 17-22 พ.ค.69 บนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในหมู่เกาะซากิชิมะ  จ.โอกินาวะ  ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากไต้หวันประมาณ 111-300 กม. โดยมีกำลังพล จำนวน 300 นาย และกำลังพล นย.สหรัฐฯ ที่ประจำการในญี่ปุ่น จำนวน 20 นาย เข้าร่วม การฝึกครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการป้องปรามและเพิ่มขีดความสามารถด้านการตอบโต้ภัยคุกคามทาง ตต.ต. ของญี่ปุ่น ได้แก่ หมู่เกาะมิยาโกะ  เกาะอิชิกากิ  และเกาะโยนากูนิ  จ.โอกินาวะ  ขณะที่สื่อวิเคราะห์ว่าการฝึกร่วมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือความท้าทายจากการที่จีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในภูมิภาค

คิวบาปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศเกือบสองเท่า

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 16 พ.ค.69 ว่า รัฐบาลคิวบาปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลหน้าสถานีบริการน้ำมันในประเทศ จากราคาเดิมขึ้นเป็นสองเท่า แม้กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิงรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยราคาเบนซินพรีเมียม ปรับขึ้นเป็นลิตรละ 2 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65 บาท) เบนซินธรรมดา ปรับขึ้นเป็นลิตรละ 1.80 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 59 บาท) และดีเซล ปรับขึ้นเป็นลิตรละ 2 ดอลลาร์ สหรัฐ (ประมาณ 65 บาท) ขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดมืดพุ่งสูง อยู่ที่ลิตรละ 8-10 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 260-325 บาท)   หลังคิวบาได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมด้านพลังงานของสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2569 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศตึงตัวอย่างมาก

WHO ประกาศการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในคองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉิน

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) ในคองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern-PHEIC) เนื่องจากทำให้ประเทศที่มีชายแดนทางบกติดกับคองโกและยูกันดาเผชิญความเสี่ยงการแพร่ระบาดเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี WHO ยืนยันว่าการแพร่ระบาดดังกล่าวยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่ WHO จะประกาศให้เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก