หน่วยข่าวกรองจีนเตือนภัยการจารกรรมข้อมูลทางทะเล

รัฐบาลจีนเตือนประชาชนและภาคเอกชนให้ระมัดระวังการตกเป็นเครื่องมือการสอดแนมและการจารกรรมข้อมูลสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาและทรัพยากรทางทะเล ที่ดำเนินการโดยต่างประเทศ โดยสื่อมวลชนจีนเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 รายงานอ้างคำเตือนของหน่วยข่าวกรองจีน (Ministry of State Security – MSS) ว่า ต่างประเทศพยายามจารกรรมและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรและความมั่นคงทางทะเลของจีน ผ่านเครื่องมือสอดแนมหลากหลายรูปแบบ ทั้งอุปกรณ์ประเภททุ่นใต้น้ำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งไปกับเรือ อุปกรณ์สำรวจผิวน้ำ และติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมไว้ที่สัตว์ทะเล เช่น เต่าทะเล และปลาที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจีนมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นเป็นอันตรายและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของจีน ทั้งในมิติด้านอธิปไตยเหนือดินแดน การทหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ MSS เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์สอดแนมรูปแบบใหม่ที่ตรวจพบมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะปรากฏในรูปแบบเครื่องมือของสถาบันวิจัยทางทะเลจากต่างประเทศ แต่รวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและสำคัญต่อความมั่นคงของจีน ได้แก่ 1) ทุ่นสำรวจระบบนิเวศทางทะเล ที่ติดเซ็นเซอร์ประสิทธิภาพสูงสามารถเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้อย่างละเอียด ตลอดจนสามารถเก็บข้อมูลการเดินเรือและความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำจีนได้  2) สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ตกเป็นเครื่องมือติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลของจีน โดยต่างประเทศได้ติดอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ส่งข้อมูลไปยังดาวเทียมไว้ที่ตัวสัตว์ทะเลด้วย เช่น เต่าทะเล และปลาทะเล ซึ่งทำให้ต่างประเทศสามารถรวบรวมข้อมูลในพื้นที่เฉพาะได้อย่างแนบเนียนและต่อเนื่อง 3) อุปกรณ์สำรวจคลื่นรุ่นใหม่ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และสามารถเคลื่อนที่ได้ตามคำสั่งผ่านคลื่นวิทยุและดาวเทียม และ 4) อุปกรณ์นำทางที่ใช้ในเรือพาณิชย์และเรืออื่น ๆ  รัฐบาลจีนตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันบริษัทผู้ขายอุปกรณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้เรือพาณิชย์และเรือขนส่งสินค้าที่เดินเรือผ่านน่านน้ำจีน ติดตั้งเครื่องนำทางรุ่นใหม่ รัฐบาลจีนจึงคาดว่าต่างประเทศจะใช้เครื่องมือนี้เสร้างเครือข่ายการสอดแนมขนาดใหญ่ในทะเลจีน…

ข้อพิพาทอาหารทะเลไทย-มาเลเซียมีท่าทีเชิงบวก

The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานอ้าง Datuk Chan Foong Hin รมช.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย แสดงความมั่นใจว่าการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้าอาหารทะเลระหว่างมาเลเซียกับไทยมีความคืบหน้าในเชิงบวก หลังมาเลเซียได้รับข้อมูลความปลอดภัยทางอาหารจากไทยซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้ากุ้งจากไทย ด้านผู้ประกอบการในมาเลเซียสะท้อนผลกระทบจากข้อพิพาทดังกล่าว ว่าอาจทำให้ราคากุ้งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในไทยกำลังเผชิญปัญหาอุปทานล้นตลาด และต้องการให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขข้อพิพาทโดยเร็ว

ไต้หวันทลายขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงชาวไทยไปบังคับใช้แรงงาน

  นาย Chao Chih-Cheng ผู้บังคับการกองกำลังปฏิบัติการพิเศษประจำนครเกาสง สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติไต้หวัน (National Immigration Agency-NIA) ให้สัมภาษณ์เมื่อ 17 มิ.ย.69 เกี่ยวกับผลการปฏิบัติการทลายขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติรายใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วไต้หวัน เมื่อ มี.ค.69 ซึ่งมีพฤติการณ์เผยแพร่โฆษณาจัดหางานปลอมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Facebook เพื่อหลอกลวงให้ชาวไทยเดินทางมายังไต้หวันด้วยสถานะนักท่องเที่ยว ก่อนบังคับใช้แรงงานในภาคการเกษตรอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ภูเขา และได้สร้างมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 4 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยจับกุมผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวในไต้หวันได้รวม 10 ราย อีกทั้งสามารถระบุตัวตนนายหน้าจัดหางานที่อยู่ในไทยได้อีก 12 ราย ปัจจุบันได้ส่งตัวผู้ต้องหาและรายชื่อทั้งหมด 22 ราย ไปยังสำนักงานอัยการเมืองเหมียวลี่เพื่อดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดหนังสือเดินทางไทยได้ทั้งหมด 47 เล่ม และช่วยเหลือเหยื่อชาวไทยได้แล้ว 5 ราย ในพื้นที่เมืองเหมียวลี่ เมืองหนานโถว นครไทจง และนครเกาสง พร้อมมอบสิทธิการพำนักและการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อตามหาเหยื่อชาวไทยอีก 42 ราย

ตร.ญี่ปุ่นส่ง จนท.ประสานงานประจำการในไทย

แถลงการณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (National Police Agency-NPA) ของญี่ปุ่น เมื่อ 18 มิ.ย.69 ระบุ ว่า NPA มีคำสั่งมอบหมายหน้าที่ราชการให้ จนท. NPA สังกัดกององค์กรอาชญากรรม 2 เพศชาย จำนวน 1 นาย ประจำการที่กรุงเทพฯ  เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์อาชญากรรม และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ด้านการปราบปรามการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงขององค์กรอาชญากรรม ทั้งนี้ ไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยปัจจุบันมี จนท.ของหลายประเทศประจำการในไทย เช่น สหรัฐฯ และประเทศยุโรป

ผู้นำรัสเซียและอาเซียนลงนามแถลงการณ์ร่วมและข้อตกลง

สนข.TASS รายงานเมื่อ 18 มิ.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย พร้อมด้วยผู้นำอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน ลงนามแถลงการณ์ร่วมและข้อตกลงรวม 4 ฉบับ ห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ที่เมืองคาซัน ได้แก่ 1) ปฏิญญาคาซัน 2569  2) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนและรัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน 3) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนและรัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม และ 4) แผนดำเนินการตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-รัสเซีย ปี 2569-2573  ทั้งนี้ปฏิญญาคาซันมีความสำคัญ เนื่องจากสมาชิกอาเซียนแสดงเจตจำนงผลักดันโลกหลายขั้วอำนาจที่เท่าเทียม และอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งรัสเซีย-อาเซียนเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า การลงทุน อาหาร และการท่องเที่ยว รวมถึงตกลงร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และพัฒนาความร่วมมือระหว่างอาเซียน องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้  และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย

สวิตเซอร์แลนด์ยืนยันการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านถูกยกเลิก

กต.สวิตเซอร์แลนด์ แถลงเมื่อ 19 มิ.ย.69 ว่า การเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้อำนวยความสะดวกและกำหนดจัดที่รีสอร์ท Bürgenstock ถูกยกเลิก หลังนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกการเดินทาง แม้ทั้งสองฝ่ายเพิ่งบรรลุข้อตกลงสำคัญที่ครอบคลุมการยุติมาตรการปิดล้อมทางเรือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การจำกัดโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่การหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อตกลงยังไม่สามารถเริ่มต้นได้ตามกำหนด อย่างไรก็ดี สวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่าจะเตรียมการเจรจาต่อไป

เมียนมาจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569

เมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569 ที่เมืองย่างกุ้ง เมื่อ 17 มิถุนายน 2569  การประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบายและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจาก 6 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เมียนมา ไทย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ซึ่งทั้ง 6 ประเทศเป็นสมาชิกกรอบ Greater Mekong Subregion หรือ GMS สำหรับการประชุมครั้งนี้กำหนดธีม คือ “Tourism for People, Travel with Purpose” ที่เน้นให้ชุมชนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดรับนักท่องเที่ยว และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยไม่ได้วัดเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยว แต่พิจารณาจากความเป็นอยู่ของชุมชนที่ดีขึ้น และธุรกิจขนาดเล็กได้ประโยชน์ การประชุมดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยยังคงมีแนวคิดจะเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการขยายธุรกิจ กิจกรรม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคร่วมกัน นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังสะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้ง 6 ประเทศ สำหรับผลลัพธ์การประชุม  สมาชิกเห็นพ้องจะสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมียนมา ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของภูมิภาค พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมาตรการต่าง…

บรรยากาศการเมืองมาเลเซีย ก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์

บรรยากาศการเมืองภายในมาเลเซียเข้มข้นขึ้นก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐยะโฮร์จำนวน 56 ที่นั่งใน 11 กรกฎาคม 2569 การเลือกตั้งระดับรัฐมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากพรรคร่วม หรือ กลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง (PH) ขณะที่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เผชิญกระแสวิจารณ์ว่าไม่สามารถรักษาเอกภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้ แม้ว่าจะยืนยันเมื่อ พฤษภาคม 2569 ว่าพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียยังมีเอกภาพ แต่ยังมีรายงานว่า กรณีกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ประกาศว่าจะส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งในการเลือกตั้งรัฐยะโฮร์ โดยไม่ร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งที่ BN ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้กลุ่ม PH บางส่วนไม่พอใจ และเชื่อว่ากลุ่ม BN พยายามแยกตัวออกไปเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียเปราะบางมากขึ้น สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมาเลเซียในช่วงก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นฐานเสียงของกลุ่ม BN และพรรคอัมโน (UMNO) คู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญของพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมทั้งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่อาจเอื้อต่อการสร้างผลงานทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งระดับชาติที่จะมีขึ้นในปี 2571 ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของนักการเมืองมาเลเซียปัจจุบัน คือ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อระบบพันธมิตรทางการเมือง วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล และการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมและบั่นทอนภาพลักษณ์ของคู่แข่ง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมาเลเซียอธิบายบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันว่าเป็น “โรงละคร” ที่นักการเมืองจะใช้อุดมการณ์ ถ้อยแถลงแสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจน และทำทุกวิธีการเพื่อโน้มน้าวประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่นักการเมืองจะเจรจาและตกลงผลประโยชน์ตามความเป็นจริง…

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศ

นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 17  มิถุนายน 2569 ว่า ญี่ปุ่นต้องเพิ่มงบประมาณและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วนที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อสร้างมาตรการป้องปรามภัยคุกคามหลายชั้น (multi-layered deterrence) ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นมีขึ้นในช่วงที่นานาชาติ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีเหนือ ให้ความสนใจและติดตามพัฒนาการนโยบายความมั่นคงและการทหารของญี่ปุ่น พร้อมวิจารณ์ว่าญี่ปุ่นต้องการกลับไปใช้นโยบายแข็งกร้าว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อภูมิภาค รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าญี่ปุ่นแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการค้าขายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร รวมทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ดังนั้น การเปลี่ยนนโยบายของญี่ปุ่นอาจทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธในภุมิภาค ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพระหว่างประเทศ การปรับตัวของญี่ปุ่นที่น่าติดตามในอนาคต คือ ความพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันสนับสนุน แต่เผชิญกระแสต่อต้านจากนักการเมืองและประชาชนบางส่วนที่มีมุมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว อาจทำให้ญี่ปุ่นตกอยู่ในอันตราย เสี่ยงเผชิญสงคราม ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ของญี่ปุ่นเป็นหลักการสำคัญที่ห้ามรัฐบาลเข้าร่วมสงครามและตั้งกองทัพ ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งมีบทบาทจำกัดเพื่อปกป้องประเทศตนเองเท่านั้น

สหรัฐฯ เปิดเผยเนื้อหา MoU ยุติสงครามกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ​ และประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU เบื้องต้น ร่วมกัน โดยใช้การลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยุติสงคราม พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายระบุว่าข้อตกลงตาม MoU มีผลบังคับใช้ทันที สำหรับสาระสำคัญในข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ เป็นฝ่ายเปิดเผย ขณะที่อิหร่านยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ อิหร่านต้องไม่พัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์ การหยุดยิงและยุติการสู้รบในทุกสมรภูมิทันที รวมทั้งในเลบานอน  และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ โดยสหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ควบคู่กับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมพลังงานอิหร่าน และจะตั้งกองทุนร่วมกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านด้วย มูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื้อหาใน MoU เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติปฏิบัติการทางทหารระหว่างกันทันที จะเคารพอธิปไตยระหว่างกัน ไม่แทรกแซงสถานการณ์การเมืองภายใน จะเจรจากันต่อไปเป็นระยะเวลา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน สหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน และระหว่างนั้นจะเปิดเส้นทางเดินเรือทันที โดยกำหนดว่าจำนวนเรือที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม ซึ่งอิหร่านจะต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จนกว่าจะเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน นอกจากนี้…