อินโดนีเซียมุ่งมั่นจะเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ด้วยการจะนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญด้านการวิจัย และพัฒนาด้วย เพื่อให้มีอัตราการเพิ่มของผลผลิตทางการเกษตร ประธานาธิบดีซูเบียนโตแสดงทัศนะเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ด้วยว่า ประเด็นความมั่นคงทางอาหารที่อินโดนีเซียกำลังผลักดันนั้น จะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างมั่นคง และมีระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในการจะรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบัน อินโดนีเซียสามารถผลิตข้าวและข้าวโพดได้เป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าผลผลิตข้าวอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 4 ของโลก รองจากอินเดีย จีน และบังกลาเทศ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายอย่างยั่งยืนที่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการที่เกษตรกรต้องมีสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ FAO คาดว่า ในฤดูการผลิต 2569-2570 อินโดนีเซียจะมีปริมาณข้าวสำรองอยู่ที่ 7.8 ล้านตัน จากที่รัฐบาลระบุว่ามีประมาณ มากกว่า 5 ล้านตันในช่วงนี้ ขณะที่ผลผลิตข้าวก็จะเพิ่มขึ้นจากที่ผลิตได้ 34.69 ล้านตัน เมื่อปี 2568 ซึ่งเพิ่มจากปี 2567 ร้อยละ 13.2…

ไทยมีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

Bloomberg ของสหรัฐฯ อ้างรายงานวิเคราะห์แนวโน้มการค้าโลกของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงของสหราชอาณาจักร ว่าไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา มีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในห้วงที่บริษัทต่าง ๆ มองไกลกว่าเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ แต่มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่น โดยในส่วนของไทยความเสี่ยงหลายด้านลดลงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง แม้มีปัญหาแรงงานสูงอายุและต้นทุนแรงงานสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ไทยจึงเหมาะสมสำหรับหลายอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตร เป็นครั้งแรกของโลก

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.69 ว่าบริษัท IBM ของสหรัฐฯ ประกาศถึงความสำเร็จในการวิจัยเทคโนโลยีการผลิต และสร้างชิปที่มีขนาดเพียง 0.7 นาโนเมตร หรือ 7 อังสตรอม ซึ่งเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้เทคนิคการสร้างชิปรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Nanostack” ทั้งนี้ ทางบริษัท IBM จะเริ่มการก่อสร้างสายการผลิตชิปด้วยเทคโนโลยีข้างต้นภายในเวลา 5 ปี และมีข้อตกลงที่จะขายลิขสิทธิ์การใช้ตัวเทคโนโลยีนี้กับบริษัท Samsung และ Rapidus แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีหุ้นส่วนในการร่วมผลิตชิปกับบริษัทอื่น ๆ แต่อย่างใด อนึ่ง เทคโนโลยีการผลิตชิปที่มีขนาดเล็กนี้ จะนำไปใช้ผลิตกับตัวชิประดับสูง อย่างชิปของ Groq ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัท Nvidia และชิปของ Cerebras Systems ที่จะพึ่งพาสายการผลิตจากบริษัท TSMC

อินเดียผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ

เว็บไซต์ The Hindustan Times รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.69 อ้างแถลงการณ์จากกระทรวงพลังงานและก๊าซธรรมชาติของอินเดีย ว่าอนุมัติการผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas-LPG) กว่าร้อยละ 50 ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจซึ่งถูกจำกัดการจัดสรรในห้วงเผชิญความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณก๊าซ LPG มีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสถานการณ์การจัดส่งก๊าซมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน สามารถกลับมาจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของอินเดียได้ในระดับปกติ ขณะที่ภาคครัวเรือนรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นว่าการผลิต LPG สำหรับภาคครัวเรือนจะไม่ลดลงและอยู่ในระดับคงที่ อย่างไรก็ดี อินเดียยังคงมุ่งส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติแบบท่อ (Piped Natural Gas-PNG) ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า สามารถผลิตได้ในประเทศ และจัดหาจากแหล่งที่หลากหลาย

อาเซียน-ญี่ปุ่น กระชับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์รอบด้าน

ที่ประชุม ASEAN-Japan Forum ครั้งที่ 41 ที่สิงคโปร์ เมื่อ 26 มิ.ย.69 ย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนและญี่ปุ่นในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน  เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยที่ประชุมยินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินการตามเอกสารถ้อยแถลงวิสัยทัศน์ว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น รวมถึงแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 81 ขณะที่ญี่ปุ่นย้ำถึงการสนับสนุนต่อความร่วมมือภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ การค้าและการลงทุน การยกระดับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น  ความมั่นคงทางไซเบอร์ ความร่วมมือทางทะเล และการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมกับย้ำความสำคัญของสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่เปิดกว้าง ครอบคลุม โปร่งใส และอิงกฎเกณฑ์ โดยมีอาเซียนเป็นแกนกลาง เพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับภูมิภาคและระดับโลก