ช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีก

การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสาเหตุทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตอบโต้ทางทหารกันอีกครั้ง ทั้งที่การเจรจาด้านเทคนิคเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพยังดำเนินอยู่ และทั้งสองฝ่ายยืนยันว่ายังยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง โดย เมื่อ 26 มิถุนายน 2569  กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) ได้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน เช่น ที่เก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงฐานเรดาร์ตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน บริเวณเมือง Sirik และเกาะ Qeshm เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือ M/V Ever Lovely ที่ชักธงชาติสิงคโปร์ ด้วยโดรนพลีชีพเมื่อ 25 มิถุนายน 2569 ขณะแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ เมื่อ 26 มิถุนายน 2569   CENTCOM ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน หลังจากอิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือพาณิชย์อีกครั้ง ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมัน Kiku ซึ่งติดธงปานามา ขณะกำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล และย้ำว่า สหรัฐฯ ได้เปิดโอกาสให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่อิหร่านเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตาม การบริหารจัดการบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มที่จะยังทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่ยินยอมกัน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า…

สถานการณ์ยาเสพติดโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น

รายงาน World Drug Report 2026.ของ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) ที่เผยแพร่เมื่อ 26 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์ยาเสพติดโลกมีแนวโน้มมีความรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น จากการที่เครือข่ายอาชญากรรมแสวงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์  รวมทั้งมีการใช้วิธีการ และเส้นทางขนส่งใหม่ ๆ พร้อมกับมีการพัฒนายาเสพติดสังเคราะห์ชนิดใหม่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายและขยายตลาด แต่ความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติดก็มีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และสังคมด้วย รายงานชี้ให้เห็นความสูญเสียจากยาเสพติด ทั้งเสียชีวิตก่อนอันควร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยิ่งยวด รวมทั้งนำไปสู่ความรุนแรง และความไม่มั่นคงในสังคม ขณะที่จำนวนผู้ใช้ยาเสพติดทั่วโลก เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อปี 2567 มีประมาณ 331 ล้านคน ซึ่งประชากรอายุ 15–64 ปี ในกลุ่มดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.2 เพิ่มจาก ร้อยละ 5.2 เมื่อปี 2557…

กู้ชีพไทย : จากผู้ป่วยแห่งเอเชียเป็นผู้แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการเติบโต

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเผยแพร่บทความเรื่อง กู้ชีพคนป่วยแห่งเอเชียด้วยแนวคิด Productivism เมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 กล่าวถึงไทย ที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวช้าและไม่มีศักยภาพเพียงพอในการแข่งขันกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค จนเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม ขณะที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนยากจะตามทัน ซึ่งการนำแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) มาใช้ จะมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูปัญหาดังกล่าวได้ ปัจจุบันไทยประสบปัญหาการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศรายได้สูง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างสูง สาเหตุสำคัญมาจากการยึดติดกับการดำเนินงานและการพัฒนาทางเศรษฐกิจรูปแบบเดิม การใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณภาครัฐที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จากการนำไปสนับสนุนการลงทุน ที่ยากต่อการพัฒนาเป็นขีดความสามารถใหม่ของไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจได้ในระดับต่ำ การจะทำให้ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดดังกล่าว อาจต้องอาศัยแนวคิดผลิตภาพนิยม (Productivism) ของนาย Dani Rodrik นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง สถาบัน Harvard Kennedy School สหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างเศรษฐกิจให้สามารถสร้างงานที่ดี ยกระดับธุรกิจในประเทศสู่ระดับที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เพียงปล่อยให้พัฒนาไปตามความต้องการของตลาด โดยการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างสอดประสานในด้านการผลิต การลงทุน การพัฒนาทักษะ และการสร้างนวัตกรรมจะมีส่วนสำคัญ การดำเนินการลักษณะดังกล่าวเปรียบได้กับการเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ จากการพิจารณาหรือทบทวนการจัดสรรทรัพยากร แรงงาน และการลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะการไม่มุ่งเฉพาะการมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี…

อินโดนีเซียมุ่งมั่นจะเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ด้วยการจะนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตร รวมทั้งให้ความสำคัญด้านการวิจัย และพัฒนาด้วย เพื่อให้มีอัตราการเพิ่มของผลผลิตทางการเกษตร ประธานาธิบดีซูเบียนโตแสดงทัศนะเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 ด้วยว่า ประเด็นความมั่นคงทางอาหารที่อินโดนีเซียกำลังผลักดันนั้น จะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างมั่นคง และมีระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นในการจะรับมือกับวิกฤตที่จะเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบัน อินโดนีเซียสามารถผลิตข้าวและข้าวโพดได้เป็นจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าผลผลิตข้าวอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 4 ของโลก รองจากอินเดีย จีน และบังกลาเทศ แต่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายอย่างยั่งยืนที่ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการที่เกษตรกรต้องมีสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ FAO คาดว่า ในฤดูการผลิต 2569-2570 อินโดนีเซียจะมีปริมาณข้าวสำรองอยู่ที่ 7.8 ล้านตัน จากที่รัฐบาลระบุว่ามีประมาณ มากกว่า 5 ล้านตันในช่วงนี้ ขณะที่ผลผลิตข้าวก็จะเพิ่มขึ้นจากที่ผลิตได้ 34.69 ล้านตัน เมื่อปี 2568 ซึ่งเพิ่มจากปี 2567 ร้อยละ 13.2…

ไทยมีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก

Bloomberg ของสหรัฐฯ อ้างรายงานวิเคราะห์แนวโน้มการค้าโลกของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงของสหราชอาณาจักร ว่าไทย ฟิลิปปินส์ และอาร์เจนตินา มีแนวโน้มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในห้วงที่บริษัทต่าง ๆ มองไกลกว่าเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ แต่มุ่งเน้นการสร้างความยืดหยุ่น โดยในส่วนของไทยความเสี่ยงหลายด้านลดลงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง แม้มีปัญหาแรงงานสูงอายุและต้นทุนแรงงานสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ไทยจึงเหมาะสมสำหรับหลายอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาโอกาสในการกระจายห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดเล็กกว่า 1 นาโนเมตร เป็นครั้งแรกของโลก

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.69 ว่าบริษัท IBM ของสหรัฐฯ ประกาศถึงความสำเร็จในการวิจัยเทคโนโลยีการผลิต และสร้างชิปที่มีขนาดเพียง 0.7 นาโนเมตร หรือ 7 อังสตรอม ซึ่งเป็นบริษัทแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้เทคนิคการสร้างชิปรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Nanostack” ทั้งนี้ ทางบริษัท IBM จะเริ่มการก่อสร้างสายการผลิตชิปด้วยเทคโนโลยีข้างต้นภายในเวลา 5 ปี และมีข้อตกลงที่จะขายลิขสิทธิ์การใช้ตัวเทคโนโลยีนี้กับบริษัท Samsung และ Rapidus แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีหุ้นส่วนในการร่วมผลิตชิปกับบริษัทอื่น ๆ แต่อย่างใด อนึ่ง เทคโนโลยีการผลิตชิปที่มีขนาดเล็กนี้ จะนำไปใช้ผลิตกับตัวชิประดับสูง อย่างชิปของ Groq ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัท Nvidia และชิปของ Cerebras Systems ที่จะพึ่งพาสายการผลิตจากบริษัท TSMC

อินเดียผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ

เว็บไซต์ The Hindustan Times รายงานเมื่อ 26 มิ.ย.69 อ้างแถลงการณ์จากกระทรวงพลังงานและก๊าซธรรมชาติของอินเดีย ว่าอนุมัติการผ่อนปรนข้อจำกัดการจัดส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas-LPG) กว่าร้อยละ 50 ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจซึ่งถูกจำกัดการจัดสรรในห้วงเผชิญความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณก๊าซ LPG มีจำนวนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสถานการณ์การจัดส่งก๊าซมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน สามารถกลับมาจัดส่งก๊าซ LPG แก่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของอินเดียได้ในระดับปกติ ขณะที่ภาคครัวเรือนรัฐบาลได้สร้างความเชื่อมั่นว่าการผลิต LPG สำหรับภาคครัวเรือนจะไม่ลดลงและอยู่ในระดับคงที่ อย่างไรก็ดี อินเดียยังคงมุ่งส่งเสริมให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติแบบท่อ (Piped Natural Gas-PNG) ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า สามารถผลิตได้ในประเทศ และจัดหาจากแหล่งที่หลากหลาย

อาเซียน-ญี่ปุ่น กระชับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์รอบด้าน

ที่ประชุม ASEAN-Japan Forum ครั้งที่ 41 ที่สิงคโปร์ เมื่อ 26 มิ.ย.69 ย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนและญี่ปุ่นในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน  เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยที่ประชุมยินดีต่อความคืบหน้าในการดำเนินการตามเอกสารถ้อยแถลงวิสัยทัศน์ว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น รวมถึงแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 81 ขณะที่ญี่ปุ่นย้ำถึงการสนับสนุนต่อความร่วมมือภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ การค้าและการลงทุน การยกระดับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น  ความมั่นคงทางไซเบอร์ ความร่วมมือทางทะเล และการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ พร้อมกับย้ำความสำคัญของสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่เปิดกว้าง ครอบคลุม โปร่งใส และอิงกฎเกณฑ์ โดยมีอาเซียนเป็นแกนกลาง เพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับภูมิภาคและระดับโลก