เวียดนามเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งแรกใน จ.ภูเก็ต

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam News รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 ว่า เมื่อวันเดียวกัน นายฟาม เวียด ฮุง (Phạm Việt Hùng) ออท.เวียดนาม ณ กรุงเทพฯ เข้าร่วมพิธีเปิด สกญ.เวียดนามแห่งแรกใน จ.ภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมในยาง บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ถลาง สกญ.แห่งนี้มีขอบเขตอำนาจรับผิดชอบ 8 จังหวัดทางภาคใต้ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี โดยมีนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ ทั้งนี้ การจัดตั้ง สกญ.ดังกล่าวนับเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับไทย และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทั้งสองประเทศที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ทะเลอันดามัน และอำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนชาวเวียดนามในพื้นที่ตอนใต้ของไทย

เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตร้อยละ 7.2 ในปี 2569

สนข.VGP ของทางการเวียดนาม รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 อ้างการประเมินของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 7.2 หรือมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ซึ่งจะเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 4.9 แต่เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2570 จะหดตัวเหลือร้อยละ 7 จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ ความผันผวนของตลาดพลังงานเรื้อรัง เงื่อนไขทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น การปรับราคาหุ้นที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีน

ไทยและอินโดนีเซียเน้นคุณภาพนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ

The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. โดยไทยซึ่งเป็นปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากที่สุดมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวลดลง ขณะที่ประเทศคู่แข่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเวียดนาม อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ซึ่งรวมถึงไทยและอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับผลกระทบด้านลบ เช่น การเสื่อมโทรมของทรัพยากร ปัญหาอาชญากรรม การจราจร และมลพิษ จึงเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว สะท้อนว่าตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่มีความรอบคอบมากขึ้นในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แม้ยังคงต้องการรายได้จากต่างประเทศ แต่ต้องการลดปัญหาที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวเช่นกัน

The Age of Economic Warfare

สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่ยุคของการทำสงครามเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นเส้นทางของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต   วิเคราะห์โดยนาย Edward Fishman นักวิชาการอาวุโส และผู้อำนวยการ Maurice R. Greenberg Center for Geoeconomic Studies ประจำสถาบัน Council on Foreign Relations (CFR) คลังสมองและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของสหรัฐฯ ที่เน้นด้านนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR ที่เผยแพร่ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 บริบทและปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ……. สงครามเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากผู้นำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแนวโน้มที่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยในช่วงปี 2562 – 2567 มาตรการจำกัดการค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทั้งจีน เบลเยียม รัสเซีย อิหร่าน และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ต่างกำลังสะสมเครื่องมือและสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น คือ ความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้าง (Structural mismatch) ระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับยุค…

สหรัฐฯ จะจัดประชุมระหว่างประเทศ เกี่ยวกับกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย

วอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 ว่านายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต. สหรัฐฯ ได้เชิญ จนท.ระดับสูง มากกว่า 60 ประเทศ จากละตินอเมริกา และยุโรป รวมถึงเอเชีย เพื่อเข้าร่วมประชุมระดับโลก  (Global Summit) ว่าด้วยการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย หรือ Antifaใน 16 ก.ค.69  เพื่อผลักดันให้กลุ่ม Antifa เป็นกลุ่มก่อการร้ายทางการเมือง ซึ่งจะได้ขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ  ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และสกัดกั้นเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนกลุ่มดังกล่าว  รวมทั้งลดอิทธิพลของกลุ่มเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายทางการเมือง  ปรากฎรายงานในสื่อว่า อินเดีย  อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ได้รับหนังสือเชิญ ส่วนในยุโรปคาดว่ามี เยอรมนี อิตาลี และกรีซ เพราะทั้ง 3 ประเทศ มีกลุ่ม Antifa  ท้องถิ่นที่สหรัฐฯ ประกาศเป็นกลุ่มก่อการร้ายต่างประเทศ เมื่อ พ.ย.68