สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ตอบโต้กรณีโจมตีจอร์แดน

สหรัฐฯ ปฏิบัติการปะทะอิหร่านด้วยเครื่องมือทางทหารรอบใหม่ที่มีความรุนแรง และมีความคืบหน้าสำคัญ เมื่อ 29 กรกฎาคม 2569 โดยสหรัฐฯ โจมตีพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ได้แก่ เมือง Qeshm, Kish, Bandar Abbas, Abadan และเมือง Bushehr ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่านในการควบคุมความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีฐานกำลังของอิหร่านในอิรักด้วย ส่งผลให้มีสมาชิกระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และทำให้กองกำลัง Popular Mobilisation Forces ของอิรักเสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย ทำให้อิรักประณามการการโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน การที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ครั้งนี้ เป็นไปเพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเมื่อกลาง กรกฎาคม 2569 ทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิต ทั้งนี้ แม้ว่าหน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ จะยืนยันว่าการปฏิบัติการของสหรัฐฯ จะเน้นการโจมตีทางอากาศ ทำลายเป้าหมายอย่างแม่นยำ และไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน รวมทั้งยังคงต้องการใช้เครื่องมือการทูตแก้ไขปัญหา แต่นานาชาติวิตกว่า การโจมตีครั้งนี้จะทำให้อิหร่านโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าอิหร่านจะตอบโต้เพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่าไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนต่อการจัดการความขัดแย้งครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศประเมินขีดความสามารถในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ…

กัมพูชาศึกษาเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศของฟินแลนด์

กัมพูชากำลังพยายามหาหนทางช่วยเหลือเกษตรกร และพัฒนาแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรในประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพภูมิอากาศโลกแปรปรวนอย่างมาก ซึ่งเมื่อ 28 กรกฎาคม 2569 เลขาธิการบริหารอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เตือนว่า โลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ซึ่งล่าสุด กัมพูชาได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการประเมินภัยพิบัติทางธรรมชาติกับฟินแลนด์ นาย Thor Chetha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติกัมพูชา ได้เยือนฟินแลนด์เมื่อ 27-29 กรกฎาคม 2569 เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการคาดการณ์และพยากรณ์สภาพอากาศของบริษัทฟินแลนด์ ได้แก่ บริษัท Vaisala และสถาบัน Finnish Meteorological Institute  นอกจากนี้  ยังได้รับความรู้และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการประเมินภัยพิบัติทางธรรมชาติของฟินแลนด์ เช่น ระบบเรดาร์ และระบบพยากรณ์สภาพอากาศ เพื่อนำไปพัฒนาระบบของกัมพูชาให้ทันสมัย สามารถช่วยเหลือเกษตรกรและการบริหารจัดการทรัพยากรในประเทศ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำแผนรับมือกับสภาวะวิกฤตช่วงเผชิญภัยพิบัติ กัมพูชาเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เผชิญภัยพิบัติรุนแรงจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน และมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบ เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรมและยังต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการลดระดับความรุนแรงของภัยพิบัติต่อประชาชนได้ สำหรับภัยธรรมชาติที่กัมพูชาเผชิญบ่อยครั้ง ได้แก่ อุทกภัย ภัยแล้ง ดินถล่ม และพายุฝน กัมพูชายอมรับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของฟินแลนด์ และคาดหวังว่าการเยือนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มพูนความร่วมมือกับฟินแลนด์ในมิติอื่น ๆ  สำหรับการเยือนครั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาเตรียมความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยี และความร่วมมือที่ได้จากฟินแลนด์ไปช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันและรุนแรงจากภาวะเอลนีโญ ซึ่งเคยส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชาเมื่อช่วงปี…

ญี่ปุ่นจะนำเข้าน้ำมันดิบจากแคนาดา  

สถานการณ์ความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่แน่นอน และการที่กลุ่มฮูษี จะเพิ่มการปิดล้อมช่องแคบ Bab El-Mandeb ในทะเลแดง ด้วยการเก็บค่าธรรมเนียม ทำให้ญี่ปุ่นเตรียมหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการแสวงหาอุปทานน้ำมันที่หลากหลาย โดยสื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 ว่า ญี่ปุ่นจะนำเข้าน้ำมันดิบจากแคนาดาเพิ่มขึ้น และแคนาดาได้ส่งเรือ Freedom Glory บรรทุกน้ำมันดิบจำนวน 750,000 บาร์เรล ที่มาจากระบบท่อส่งน้ำมันทรานส์เมาน์เทน ของรัฐบาลแคนาดา ออกไปยังญี่ปุ่น เพื่อให้บริษัท Eneos นำไปกลั่นใช้เป็นพลังงานต่อไป เพิ่มขึ้น  ทั้งนี้ แคนาดาส่งออกน้ำมันดิบให้ประเทศในเอเชียห้วง มกราคม-มิถุนายน 2569 ร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกัน เมื่อปี 2569 ร้อยละ 51 ญี่ปุ่นแก้ไขปัญหาพลังงานในประเทศด้วยการหาแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ ควบคู่กับใช้กลไกการทูตเจรจากับอิหร่านเพื่อขอให้เรือขนส่งน้ำมันของญี่ปุ่นได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัย ญี่ปุ่นจึงทำข้อตกลงซื้อ-ขายน้ำมันดิบจากแคนาดา ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบร้อยละ 95 จากภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ นอกจากญี่ปุ่น ยังมีประเทศอื่น ๆ…

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง ก.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง กรกฎาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

UN ระบุโลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง

นายไซมอน สตีล เลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ระบุเมื่อ 28 ก.ค.69 ว่า โลกกำลังเผชิญสัญญาณเตือนภัยด้านสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง เช่น ไฟป่าครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสและสเปน คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป แอฟริกาเหนือ และญี่ปุ่น รวมถึงพายุร้ายในชิลี กำลังสร้างความสูญเสียต่อชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานในระดับวิกฤต พร้อมย้ำว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่า ภาวะโลกร้อนซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เป็นสาเหตุที่ทำให้คลื่นความร้อน น้ำท่วม และพายุรุนแรงเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ดังนั้น ประชาคมโลกจำเป็นต้องเร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน ปกป้องป่าไม้ และเพิ่มการสนับสนุนประเทศที่เปราะบาง เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างเร่งด่วน

รัสเซียตั้งข้อหาผู้ก่อตั้ง Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้าย

หน่วยข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ระบุเมื่อ 29 ก.ค.69 ว่า FSB ตั้งข้อหานาย Pavel Durov ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ Telegram ว่าอำนวยความสะดวกในการก่อการร้ายและออกหมายจับระหว่างประเทศ   FSB อ้างว่า Telegram ล้มเหลวในการสกัดกั้นเนื้อหาที่ทางการยูเครน รวมถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงใช้ในการเตรียมการก่อวินาศกรรม สังหารหมู่ และการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในรัสเซีย อย่างไรก็ดี นาย Durov ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝ่ายบริหารของ Telegram ยังไม่แสดงท่าทีต่อการตั้งข้อหาดังกล่าว

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรองนายเจย์ เคลย์ตันให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.DNI

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเมื่อ 28 ก.ค.69 รับรองนายเจย์ เคลย์ตัน อดีตอัยการประจำเขตนิวยอร์กใต้ ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ (DNI) คนใหม่อย่างเป็นทางการด้วยมติ 51 ต่อ 47 เสียง  นายเคลย์ตันต้องเร่งผลักดันการต่ออายุกฎหมายสอดแนมและการดักฟังข้อมูลข่าวกรองต่างประเทศ (FISA Section 702) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญด้านความมั่นคงที่สิ้นสุดการบังคับใช้ตั้งแต่ 12 มิ.ย.69  รวมทั้งฟื้นฟูเสถียรภาพและความเชื่อมั่นใน DNI กลับคืนมาหลังจากนายบิล พัลเต อดีตรักษาการ ผอ.DNI  ได้ปรับลดจำนวนบุคลากรลง ร้อยละ 30