![]()

สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความตึงเครียดสูง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเปิดเผยเมื่อ 3 สิงหาคม 2569 ว่า อยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน และจะระงับการโจมตีอิหร่านไว้เพื่อสร้างความไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เจรจากับสหรัฐฯ แต่จะหารือกับโอมานเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หรือเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้ร่วมกันต่อไป พร้อมวิจารณ์สหรัฐฯ เชิงลบว่าเป็นฝ่ายทำให้การเดินเรือและความมั่นคงไม่แน่นอน เนื่องจากกองเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเส้นทางดังกล่าวไว้
อิหร่านขู่กองเรือสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง หากยังคงมาตรการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือของอิหร่านไว้ พร้อมเตือนให้สหรัฐฯ เปลี่ยนยุทธวิธีจัดการความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ยอมรับเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่านต่อทิศทางและแนวโน้มการเจรจาที่ขัดแย้งกันมากครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน โดยปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถทำได้บางส่วน แต่จำนวนน้อยกว่าปกติอย่างมาก
ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากขึ้น ล่าสุด ผลสำรวจชาวอเมริกันยอมรับผลงานของผู้นำสหรัฐฯ เพียงร้อยละ 35 ตกต่ำลงเรื่อย ๆ จากร้อยละ 37 เมื่อ กรกฎาคม 2569 ซึ่งนอกจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง ชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่พอใจผลงานด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกด้วย ทั้งนี้ นักวิชาการในต่างประเทศประเมินว่าสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอาจทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญความขัดแย้งกับสมาชิกพรรครีพับลิกัน จากกรณีประธานาธิบดีทรัมป์มักจะสื่อสังคมออนไลน์ประกาศคำข่มขู่และชี้แจงนโยบาย มากกว่าที่จะใช้กลไกรัฐบาล จนทำให้เกิดพฤติกรรมสร้างวงจรคำขู่ซ้ำ ๆ หรือ “repetitive loop” ที่ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์รัฐบาลสหรัฐฯ และพรรครีพับลิกัน







