ฟิลิปปินส์ยืนยันการฝึกทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ไม่กระทบการอ้างสิทธิของฟิลิปปินส์

โฆษก ทร.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า การซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศของจีนใกล้สันดอนสการ์โบโรห์เมื่อ 1 ส.ค.69 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายลักษณะทางทะเลหรือสิทธิทางทะเลของฟิลิปปินส์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ  กองทัพฟิลิปปินส์ได้เฝ้าระวังและติดตามการฝึกดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องดินแดน ควบคู่กับการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเลที่สอดคล้องกับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการปี 2559 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ฮ่องกงจะออกมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G

นสพ. The Standard ของฮ่องกง รายงานเมื่อ 4 ส.ค.69 อ้างสุนทรพจน์ของนายแอลเจอร์นอน เยา ผู้บริหารเขตพิเศษฮ่องกงด้านพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ระบุว่า รัฐบาลฮ่องกงจะพัฒนาเขตเมืองทางตอนเหนือให้เป็นเมืองแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ พร้อมกับจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารระดับภูมิภาค โดยจะออกมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุค 6G ที่สำคัญได้แก่ การช่วยเหลืออุตสาหกรรมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของใยแก้วนำแสงและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ การลดหย่อนภาษีผู้ประกอบการโทรคมนาคม และการปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลดาวเทียมวงโคจรต่ำและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ  ทั้งนี้ ฮ่องกงกำหนดให้เขตเมืองทางตอนเหนือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจและเป็นฐานเทคโนโลยีภายใต้ยุทธศาสตร์ South-North Dual Engine (การเงิน-เทคโนโลยี)

เกาหลีใต้จัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองใหม่ หลังปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคงทางทหาร

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 ส.ค.69 ว่า นายอัน คยู-แบ็ก รมว.กห.เกาหลีใต้ เป็นประธานพิธีเปิดหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่ ที่เมืองควาช็อน จ.คย็องกี โดยหน่วยงานมีภารกิจรับมือภัยคุกคามด้านการจารกรรม การก่อการร้าย และภัยคุกคามทางไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ และประเทศอื่น ๆ โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของความลับทางทหาร คุ้มครองอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สนับสนุนโครงการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ร่วมกับ ทร.สหรัฐฯ และปกป้องเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ปัญญาประดิษฐ์  และระบบดาวเทียม ทั้งนี้ การจัดตั้งหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งใหม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ โดยเตรียมจัดตั้งอีก 2 หน่วยงาน อาทิ หน่วยสนับสนุนความมั่นคงภายในกองทัพ และหน่วยสอบสวนอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สหรัฐฯ เตรียมประกาศปิดสถานที่ทำการทางการทูต

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 4 ส.ค.69 อ้างแหล่งข่าวว่า กต.สหรัฐฯ ยื่นเอกสารแจ้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ถึงแผนการปิดที่ทำการทางการทูตในกรุงเซนต์จอร์เจส เกรนาดา สำนักงานย่อยของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ   ณ เมืองดูอาลา แคเมอรูน และสถานกงสุล 3 แห่ง คือ 1) เมืองวินนิเพก แคนาดา 2) เมืองนาโกยา ญี่ปุ่น และ  3) เมืองเมดัน อินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางของ กต.สหรัฐฯ ที่จะลดขนาดกำลังพลภาครัฐ ในประเทศที่สหรัฐฯ พิจารณาว่าไม่จำเป็น และไม่คุ้มค่า  อย่างไรก็ดี กต.สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าการปฎิบัติงานด้านการต่างประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบ  เนื่องจากกังวลว่าการรักษา และปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ รวมทั้งมีขีดความสามารถการทำงานที่ลดลง