![]()
เศรษฐกิจเป็นพลังอำนาจที่สำคัญของประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความสามารถในการต่อรองกับต่างประเทศและเพิ่มศักยภาพในการเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันเข้มข้น และมีความขัดแย้งสูง สถาบันวิชาการ Brookings Institute เมื่อ 1 สิงหาคม 2569 เผยแพร่บทความวิชาการที่สะท้อนว่า 8 ประเทศมหาอำนาจขนาดกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะมีศักยภาพในการเป็นประเทศผู้กำหนดระเบียบเศรษฐกิจโลกในยุคต่อไป หรือเป็นผู้ควบคุมภูมิเศรษฐศาสตร์ (geoeconomic) ของโลก ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ปัจจุบันมุ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเครื่องมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทั้ง 8 ประเทศให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้แก่ 1) การเพิ่มอิทธิพลของจีนต่อระบบเศรษฐกิจโลก 2) นโยบายความมั่นคงของสหรัฐฯ และ 3) ห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปลี่ยนแปลงและเสี่ยงเผชิญความขัดแย้งมากขึ้น จากการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จาก 3 ปัจจัยทำให้ทั้ง 8 ประเทศ มุ่งกำหนดยุทธศาสตร์และดำเนินการนโยบายเพื่อรักษาความมั่นคงและปกป้องระบบการค้าระหว่างประเทศ โดยแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) การกระจายช่องทางเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุนให้หลากหลาย 2) เน้นนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อให้พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และ 3) เลือกร่วมมือกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้ากันอย่างเหมาะสมและสมดุล หรือ selective aligning สะท้อนว่าทั้ง 8 ประเทศอาจไม่เลือกข้างการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจอีกต่อไป
ทั้ง 8 ประเทศแม้จะเป็นมหาอำนาจขนาดกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่มีโอกาสและความท้าทายในการบริหารจัดการด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เช่น แคนาดามีภูมิศาสตร์และความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ อย่างมาก แต่จำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากนโยบายของสหรัฐฯ จึงต้องเร่งสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และแสวงหาหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจให้หลากหลาย อินเดียเน้นลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีน ควบคู่กับเพิ่มหุ้นส่วนด้านการค้าแห่งใหม่ เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ไม่แน่นอน ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเลือกร่วมมือด้านเทคโนโลยี และความมั่นคงกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะคำนึงถึงความเสี่ยงและความท้าทายจากจีน ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เน้นยุทธศาสตร์การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่ทั้งสหรัฐฯ กับจีนต้องพึ่งพา เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและใช้ประโยชน์จากการเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ







