![]()

อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางของผู้กำหนดนโยบายการเงินโลก การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (WBG) ปี 2569 จะจัดระหว่าง 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ บางแหล่งของทางการไทยประเมินไว้สูงถึงกว่า 18,000 คน นี่คือ การกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยในรอบ 35 ปี นับจากปี 2534
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าไทยพร้อมหรือไม่ แต่คือภัยคุกคามที่เวทีระดับนี้ต้องเผชิญมีหน้าตาอย่างไร …..??
ภาพจากแหล่งเปิด : ยังไม่พบสัญญาณภัยเฉพาะเจาะจง
สื่อเปิดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจนถึง 1 ตุลาคม 2569 ยังไม่ปรากฏหลักฐานเปิดที่ชี้ถึงแผนปฏิบัติการก่อการร้าย การขู่โจมตีที่น่าเชื่อถือ หรือการระดมมวลชนที่มุ่งเป้าการประชุมโดยตรง ผลการติดตามข้อความสาธารณะบนแพลตฟอร์ม X ด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับการประชุมและการก่อการร้ายตั้งแต่ กันยายน 2569 ก็ไม่พบโพสต์ที่บ่งชี้เจตนาโจมตีหรือการเรียกร้องให้ก่อกวน ส่วนศูนย์การประชุมฯ ประกาศปิดพื้นที่ต่อสาธารณะระหว่างวันที่ 11–18 ตุลาคม และจะเปิดตามปกติใน 19 ตุลาคม ขณะที่เอกสารสถานที่จัดงานของธนาคารโลกกำหนดให้ผู้เข้าร่วมทุกคน รวมถึงผู้ถือบัตรการประชุมต้องผ่านเครื่องเอกซเรย์และเครื่องตรวจจับโลหะก่อนเข้าอาคาร
ชายแดนใต้: ความรุนแรงที่ยังคงอยู่ แต่ยังไม่ย้ายเป้า
ภัยคุกคามทางกายภาพที่ยังมีนัยสำคัญที่สุดของไทยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ 18 กันยายน 2569 เกิดเหตุระเบิดและยิงใส่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอาสาในอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 16 ราย จากนั้น เมื่อ 30 กันยายน เกิดเหตุก่อกวนแบบประสานหลายจุดในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ทั้งการใช้ระเบิด วางเพลิง โปรยตะปูเรือใบ และทำลายกล้องวงจรปิด แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต หนึ่งวันก่อนหน้านั้น คณะรัฐมนตรีมีมติขยายการใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ใน 19 อำเภอของสี่จังหวัดชายแดนใต้ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 โดย กอ.รมน. ประเมินว่าความพยายามก่อความไม่สงบยังมีอยู่ในบางพื้นที่ อย่างไรก็ดี รูปแบบความรุนแรงยังจำกัดอยู่ในพื้นที่และมุ่งเป้าเจ้าหน้าที่กับโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น ยังไม่มีสัญญาณเปิดว่ามีการย้ายเป้ามายังกรุงเทพฯ หรือเวทีระหว่างประเทศ
สิ่งที่โลกจับตาจริง ๆ : เวทีที่มหาอำนาจร่วมมือกันน้อยลง
สื่อและสถาบันวิชาการต่างประเทศมองการประชุมครั้งนี้ผ่านเลนส์เศรษฐกิจการเมืองเป็นหลัก Atlantic Council มองว่าเวทีกรุงเทพฯ คือบททดสอบสำคัญของ IMF ในวันที่มูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตึงตัว ความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก และความเต็มใจของมหาอำนาจในการร่วมมือพหุภาคีกำลังลดลง สำหรับไทยในฐานะเจ้าภาพ นัยด้านความมั่นคงของประเด็นนี้คือ เวทีอาจกลายเป็นพื้นที่แสดงความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างประเทศมหาอำนาจ มากกว่าจะเป็นปัจจัยเพิ่มภัยทางกายภาพ
Bangkok Blueprint : เมื่อการฉ้อโกงดิจิทัลกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ
มิติที่ทั้งทางการไทยและนักวิเคราะห์ต่างประเทศให้น้ำหนักตรงกันคือ ภัยไซเบอร์และการฉ้อโกงดิจิทัล โดยBloomberg รายงานว่า “Bangkok Blueprint” ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยพัฒนาร่วมกับ IMF และธนาคารโลก จะเป็นผลลัพธ์สำคัญของการประชุม และจะใช้เป็นแนวทางให้ประเทศต่าง ๆ รับมือการฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ ส่วน Dan Steinbock วิเคราะห์ใน Eurasia Review ว่าแนวทางนี้ยกระดับอาชญากรรมไซเบอร์จากเรื่องการบังคับใช้กฎหมายไปเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่บั่นทอนความเชื่อมั่นในภาคธนาคารและเสถียรภาพของภูมิภาค ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเอเชียมีสัดส่วนราว 2 ใน 3 ของความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ทั่วโลก
ประเด็นนี้มีอีกด้านที่ต้องคิด เมื่อไทยประกาศตัวเป็นผู้นำวาระต่อต้านการฉ้อโกงดิจิทัลบนเวทีโลก ตัวเวทีเองก็มีนัยเชิงสัญลักษณ์มากขึ้นสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมชาวต่างชาตินับหมื่นคนยังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับการหลอกลวงที่แอบอ้างชื่องาน ทั้งเว็บไซต์ปลอม อีเมลฟิชชิง และบริการปลอมด้านที่พักหรือการเดินทาง
ฝ่ายเจ้าภาพ : ป้องกันเชิงรุกทั้งภาคพื้นและไซเบอร์
ฝ่ายไทยยกระดับมาตรการเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติซ้อมแผนเผชิญเหตุเมื่อ 25 กันยายน 2569 โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในเขตคลองเตย คณะรัฐมนตรีกำหนดให้ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษเฉพาะกรุงเทพฯ และให้หน่วยงานรัฐในพื้นที่ทำงานที่บ้านใน 12, 14 และ 15 ตุลาคม เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัย ในมิติไซเบอร์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบโครงข่ายสื่อสาร ระบบป้องกันการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ และศูนย์เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของงาน
ประเมินภาพรวม : ความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง แต่ไม่ใช่ศูนย์
เมื่อชั่งน้ำหนักโอกาส ขีดความสามารถ และเจตนา เวทีนี้มีมูลค่าเชิงสัญลักษณ์สูงในฐานะการรวมตัวของผู้กำหนดนโยบายการเงินโลก แต่ผู้ก่อเหตุที่มีขีดความสามารถในประเทศยังไม่มีประวัติเปิดว่าเคยโจมตีเป้าหมายลักษณะนี้ ความเสี่ยงตกค้างด้านภัยทางกายภาพจึงอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ที่มาหลักคือผู้กระทำการลำพัง การก่อกวนเชิงสัญลักษณ์ หรือเหตุล้นพื้นที่จากภาคใต้ ซึ่งล้วนมีความน่าจะเป็นต่ำ ส่วนความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงสูงกว่าอยู่ในโลกออนไลน์ ได้แก่ การโจมตีระบบของงาน การหลอกลวงที่แอบอ้างการประชุม และข่าวบิดเบือนที่อาจกระทบภาพลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพ
หูตาประชาชน : ด่านที่ระบบเฝ้าระวังไปไม่ถึง
ภัยที่ตรวจจับล่วงหน้าได้ยากที่สุดคือผู้กระทำการลำพัง เพราะไม่มีเครือข่ายให้ติดตามและแทบไม่ทิ้งร่องรอยการสื่อสาร สัญญาณแรกจึงมักถูกพบโดยคนที่อยู่ในพื้นที่จริง ทั้งพนักงานโรงแรม คนขับรถสาธารณะ ร้านค้า และผู้ใช้ระบบขนส่งรอบศูนย์การประชุมฯ ในช่วง 11–18 ตุลาคม สิ่งที่ประชาชนช่วยได้คือการสังเกตและแจ้งพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น สิ่งของหรือกระเป๋าที่ถูกวางทิ้งไว้โดยไม่มีเจ้าของในจุดที่คนพลุกพล่าน การถ่ายภาพหรือสำรวจจุดตรวจและเส้นทางเข้าออกซ้ำ ๆ อย่างผิดสังเกต หรือการบินโดรนใกล้พื้นที่จัดงานและโรงแรมที่พักของคณะผู้แทน หลักสำคัญคือแจ้งจาก “พฤติกรรม” ไม่ใช่จากรูปลักษณ์ เชื้อชาติ หรือการแต่งกาย ไม่เข้าไปเผชิญหน้าหรือจัดการเอง และแจ้งผ่านช่องทางทางการ ได้แก่ 191 สำหรับเหตุด่วนเหตุร้าย และ 1155 ตำรวจท่องเที่ยวสำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ
บทบาทเดียวกันนี้ใช้ได้กับโลกออนไลน์ หากพบเว็บไซต์ ข้อความ หรือบัญชีที่แอบอ้างชื่อการประชุมเพื่อหลอกลวง ให้แจ้งศูนย์ AOC 1441 และหากพบข่าวลือเรื่องเหตุร้ายหรือการปิดถนนควรตรวจสอบกับประกาศของหน่วยงานทางการก่อนส่งต่อ เพราะการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้ยืนยัน แม้ด้วยความหวังดี ก็อาจสร้างความตื่นตระหนกและกลายเป็นเครื่องมือของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเสียเอง
สิ่งที่ต้องจับตาจนถึงวันปิดประชุม
การเฝ้าระวังแหล่งเปิดควรดำเนินต่อเนื่องจนถึง 18 ตุลาคม และควรขยายจาก X ไปยัง Facebook, TikTok และ Telegram พร้อมเพิ่มคำสำคัญภาษาอังกฤษและภาษามลายู สัญญาณที่ควรติดตามใกล้ชิดคือการเปลี่ยนรูปแบบหรือพื้นที่ก่อเหตุในชายแดนใต้ การปรากฏของโดเมนและบัญชีที่แอบอ้างชื่อ AM2026 และเรื่องเล่าที่พยายามโยงเวทีนี้กับประเด็นอ่อนไหวอย่างศูนย์หลอกลวงข้ามชาติหรือสถานการณ์ชายแดน หากปัจจัยใดเปลี่ยนไป รวมถึงการที่รัฐบาลต่างประเทศปรับระดับคำเตือนการเดินทาง ภาพการประเมินนี้ก็ต้องทบทวนใหม่ทันที
ภาพรวม ณ วันนี้จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกันที่เข้มข้น ท่ามกลางการไม่มีภัยคุกคามเฉพาะเจาะจงในแหล่งเปิด แต่ความปลอดภัยของเวทีระดับโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว เวทีที่ไทยตั้งใจใช้ประกาศความพร้อมรับมือการฉ้อโกงดิจิทัล อาจต้องพิสูจน์ความพร้อมนั้นบนพื้นที่ของตัวเองก่อน และประชาชนคือส่วนหนึ่งของการพิสูจน์นั้น







